
นักช็อปเอเชียบุกถล่ม‘ลอนดอน’ลดอื้อกว่า70%
นักช็อปเอเชีย อาศัยค่าเงินแข็งแห่ช็อปถล่มทลายในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ขณะที่คนอังกฤษหนีเที่ยวสหรัฐเพราะเงินปอนด์แข็งกว่าเงินเหรียญมะกัน
นักช็อปเอเชีย อาศัยค่าเงินแข็งแห่ช็อปถล่มทลายในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ขณะที่คนอังกฤษหนีเที่ยวสหรัฐเพราะเงินปอนด์แข็งกว่าเงินเหรียญมะกัน
นักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวลอนดอนลุยช็อปปิ้งแหลกในวันบอกซิงเดย์ หรือวันเปิดกล่องของขวัญ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากร้านค้าในอังกฤษพากันลดกระหน่ำสินค้าในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2554
รายงานระบุว่า บรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติถือว่าเป็นกลุ่มช็อปปิ้งกลุ่มหลักในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักช็อปชาวจีน แอฟริกัน หรือตะวันออกกลาง โดยร้านค้าต่างๆ ทั้งร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายลดกันกระหน่ำมากถึง 70%
ขณะที่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่นั้น รายงานระบุว่า ต่างมุ่งหน้าไปช็อปปิ้งในสหรัฐ อย่างเช่นที่มหานครนิวยอร์กแทน เนื่องจากอาศัยความได้เปรียบจากค่าเงินปอนด์ที่แข็งค่ามากกว่า
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เมื่อเปิดร้านในช่วง 06.00 น. ตามเวลาในกรุงลอนดอนนั้น มีนักช็อปนับพันคนต่างไปเข้าแถวรอเข้าร้านในทุกร้านใจกลางกรุงลอนดอนซึ่งมีมากกว่า 400 ร้าน โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า ในสัปดาห์นี้จะมีเงินสะพัดมากถึง 2.28 หมื่นล้านปอนด์ทีเดียว
เนื่องจากค่าเงินเอเชียแข็งค่าขึ้นมาก กว่าเงินปอนด์อังกฤษ ทำให้นักช็อปส่วนใหญ่จะมาจากเอเชียจำนวนมาก
ขณะเดียวกันได้เกิดเหตุวัยรุ่นแทงกันจนเสียชีวิตที่บริเวณถนนออกซฟอร์ด สตรีต เมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. ทำให้บรรดานักช็อปแตกตื่น และตำรวจจำเป็นต้องปิดถนนเพื่อความปลอดภัย
ผู้ตายเป็นวัยรุ่นอายุ 18 ปี โดยตำรวจระบุว่า สาเหตุมาจากการทะเลาะกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม โดยตำรวจได้รวบตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว 10 คน







