
จีนมาแล้ว
รองประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
รองประธานาธิบดี สีจิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
โดย..ธนพล ไชยภาษี
เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือว่าเป็นนิมิตใหม่แห่งความร่วมมือระหว่างไทยและจีนครั้งสำคัญทีเดียว เพราะคนนี้แหละครับคือว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของจีน
การที่จีนส่ง สีจิ้นผิง มาถึงประเทศไทยหนนี้ ถือว่าเป็นการให้เกียรติประเทศไทยที่เราต้องติดตามกันครับ จีนกำลังมองประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่งความร่วมมือระหว่างภูมิภาคอาเซียนและจีนทีเดียวครับ
ที่ลงนามกันไปแล้วก็คือการเปิดสวอปไลน์ระหว่างแบงก์ชาติจีนและไทย มูลค่าถึง 7 หมื่นล้านหยวน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนที่มีมูลค่าการค้ามากกว่า 7 แสนล้านหยวนต่อปีทีเดียว
ส่วนสำคัญที่สุดคือ ต่อไปนี้พ่อค้าไทย แม่ค้าจีน ไม่ต้องไปเสียเวลากับการแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐก่อน ที่ทุกวันนี้หาคำว่าเสถียรภาพไม่ค่อยจะเจอ เดี๋ยวอ่อน เดี๋ยวแข็ง ตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่มั่นคงในยุคนี้
ก็เรียกได้ว่า วินวินทั้งคู่ เพราะจีนก็กำลังส่งเสริมให้มีการใช้เงินหยวนเป็นเงินสกุลกลางในการค้าขายระหว่างประเทศมากขึ้น แม้ว่านักวิเคราะห์จะบอกว่ายังไกลกว่าจะเทียบชั้นเงินดอลลาร์ทัน แต่ก็ต้องบอกว่าเงินหยวนมีอนาคตทีเดียว อย่างน้อยการแทรกแซงเงินหยวนของรัฐบาลจีนให้มีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่นั้น แม้ว่าจะไม่ถูกใจพ่อค้าเงินนัก แต่สำหรับผู้นำเข้าส่งออกถือว่าเป็นเรื่องดีไม่น้อยทีเดียวครับ
นอกจากนั้น โครงการความร่วมมือระหว่างไทยจีน ที่ต้องติดตามกันก็คือโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จะเชื่อมจีนตอนใต้ลงสู่ภูมิภาคอาเซียนไปถึงสิงคโปร์ขยายไปยังเวียดนาม หากมองจากแผนที่ไทยเองนี่แหละครับที่จะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในครั้งนี้
โครงการดังกล่าวเป็นความพยายามอย่างยิ่งของจีน ที่จะขยายการค้าขายระหว่างจีนตอนใต้และตะวันตกให้ลงมาที่อาเซียนมากขึ้น อันเป็นหนึ่งในนโยบายพัฒนามุ่งตะวันตกของจีนด้วย และที่สำคัญจะทำให้สินค้าจีนมีทางออกทะเลเพิ่มขึ้นอีกด้วย ไม่ว่าจะที่ท่าเรือทวายในพม่า ที่เวียดนาม และที่สิงคโปร์
ทั้งหมดทั้งมวลนี้คือการแผ่ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีน ที่รุกคืบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ต้องยอมรับครับว่าจีนทำได้ดีผ่านการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และที่สำคัญนั้นอย่าลืมว่าในอาเซียนก็มีประชากรเชื้อสายจีนอยู่เป็นจำนวนมาก ความไว้เนื้อเชื่อใจกันก็มีมาก
ไม่แปลกครับที่สหรัฐจะดิ้นพล่านๆ ในช่วงที่ผ่านมา และพยายามยุแหย่ให้อาเซียนทะเลาะกับจีนอยู่เรื่อยๆ
คิดดูครับว่าใครจริงใจ ใครชอบหลอกกินหาผลประโยชน์กันแน่...







