
2011โลกแห่งความวุ่นวายและไม่เสถียร(ตอนที่1)
สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ค.ศ. 2011 ที่โลกของเราต้องเผชิญกับอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายประการ
สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ค.ศ. 2011 ที่โลกของเราต้องเผชิญกับอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายประการ
โดย...รวิภาส กล่ำทวี
ไล่ไปตั้งแต่ความวุ่นวายทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการแสดงออกถึงความต้องการด้านสิทธิเสรีภาพในหลากหลายรูปแบบ รวมทั้งวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไปอย่างเรื่อยๆ ในหลายมิติ
ผู้เขียนขอสรุปความเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวของโลกในแต่ละภูมิภาคในปีที่ผ่านมา เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้กลับไปทบทวน พินิจพิเคราะห์ หรือไปหาต่อยอดความรู้เพิ่มเติมในแต่ละประเด็น แต่ละเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของโลกในหลายมิติในปีใหม่ที่จะถึงหรือปี ค.ศ. 2012
เริ่มกันที่ทวีปอเมริกาเหนือ ตามหลักของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้ว เราจะดูการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการในหลายๆ ด้านตามตัวแสดงหลักหรือเจ้าของพื้นที่ที่มีบทบาทและอิทธิพลต่อโลก อย่างทวีปอเมริกาเหนือจะถือว่าสหรัฐเป็นตัวแสดงหลัก ตามด้วยประเทศแคนาดา (บทบาทน้อยกว่าสหรัฐ) ในรอบปีที่ผ่านมา สหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ต้องถือว่าเป็นความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากของผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐต้องประสบความลำบากทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ในวิกฤตการณ์การเงิน (สถาบันการเงินล้มละลาย) หรือที่เรียกกันว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ที่ลุกลามมาจนทุกวันนี้ และจนทำให้สหรัฐเป็นหนี้เป็นสินมากมาย
โดยสรุปแล้ว ความสำเร็จด้านเศรษฐกิจภายในประเทศของโอบามายังไม่ชัดเจน อัตราการว่างงานของสหรัฐดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาสสุดท้ายของปี แต่ก็ยังคงอัตราร้อยละ 9 ซึ่งยังถือว่าเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงสำหรับประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งอย่างสหรัฐ แถมยังต้องสูญเสียอัจฉริยะด้านเทคโนโลยีอย่าง สตีฟ จ็อบส์ แห่งแอปเปิล ไปอีกเมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐยังเต็มไปด้วยปัญหาที่จะต้องแก้ไขในปี ค.ศ. 2012
ในมิติของความสำเร็จด้านนโยบายด้านการต่างประเทศของโอบามา ถ้าในส่วนของความมั่นคงอาจจะถือได้ว่าเป็นความสำเร็จ เช่น ความสามารถในการกำจัดผู้นำการก่อการร้ายอย่าง โอซามา บิน ลาเดน ลงได้อย่างราบคาบเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งการกำจัดผู้นำอัลกออิดะห์ในระดับรองๆ ลงมาอีกหลายคน การมีส่วนช่วยกองกำลังนาโตกำจัดผู้นำลิเบียอย่าง โมอัมมาร์ กัดดาฟี เมื่อปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ความสำเร็จในการถอนทหารออกจากอิรักเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าอิรักจะยังคงเจอระเบิดรายวันอยู่ก็ตาม
ส่วนที่เป็นปัญหาก็คือ สหรัฐยังต้องกลายเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักวิชาการด้านการต่างประเทศว่า สถานะความเป็นเบอร์หนึ่งของโลกด้านอำนาจได้ถูกเบียดบังจากประเทศอื่นๆ หรือยัง สิ่งที่จะต้องจับตาดูก็คือ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี ค.ศ. 2012 ว่าจะออกมาอย่างไร
ทวีปถัดมาที่ถือว่ามีความสำคัญต่อโลกในเกือบจะทุกมิติ ได้แก่ ทวีปยุโรป ในปีที่ผ่านมาคงจะไม่มีอะไรหนักหนาสาหัสเท่ากับการขาดสภาพคล่อง (ไม่มีเงินนั่นเอง) ไม่มีเงินใช้หนี้สินของหลายรัฐบาลในกลุ่มประเทศยุโรปใต้ที่มีชื่อย่อเรียกกันสั้นๆ ว่า กลุ่มประเทศพิกส์ (PIGS) ได้แก่ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ กรีซ และสเปน จนถึงประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอย่างอิตาลีและฝรั่งเศส ปัญหาทางการเงินของหลายประเทศในยุโรป นำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคมอันเกิดจากมาตรการรัดเข็มขัดที่สถาบันการเงิน หรือผู้ให้กู้อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้บังคับให้ประเทศลูกหนี้ประหยัดผ่านการตัดทอนงบประมาณบำรุงประเทศและการขึ้นภาษี จนเป็นเหตุให้มีการประท้วงและความรุนแรงมากมายหลายจุดในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศมหาอำนาจอย่างอังกฤษ
กล่าวโดยสรุป ภารกิจที่หนักหนาสาหัสคงจะไม่พ้นความพยายามที่จะนำพากลุ่มประเทศอียู หรือสหภาพยุโรป ให้เดินหน้าไปอย่างมั่นคงและเข้มแข็งของประเทศมหาอำนาจเบอร์หนึ่งและเบอร์สองแห่งค่ายยุโรปอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศส สิ่งที่เลวร้ายที่สุดถ้าไม่สามารถทำอะไรได้ เราอาจจะได้เห็นการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรของหลายประเทศ หรือไม่ก็อาจจะเห็นการล่มสลายของสหภาพยุโรป ซึ่งถือเป็นความสำเร็จระดับโลกด้านการบูรณาการด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ในภูมิภาคนี้ขอให้จับตาดูบทบาท (ทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ) ของเยอรมนีและฝรั่งเศสเป็นหลัก
สัปดาห์หน้า ไปติดตามกันต่อกับทวีปแอฟริกาและเอเชียกันครับ







