
เกาะสุดหรรษา
การท่องเที่ยวไปในดินแดนที่ล้อมรอบด้วยทะเล ฟังเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งดังฟู่ฟู่
การท่องเที่ยวไปในดินแดนที่ล้อมรอบด้วยทะเล ฟังเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งดังฟู่ฟู่
แหงนมองท้องฟ้าสีครามถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการผ่อนคลายอิริยาบถและปลดปล่อยตัวเองจากความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน คนที่รักธรรมชาติในรูปแบบเช่นนี้มักเลือกที่จะพักผ่อนหย่อนใจในสถานที่ที่มีภูมิประเทศเป็นเกาะแก่ง มองไปสุดลูกหูลูกตาและสามารถจินตนาการได้อย่างกว้างไกล
วันนี้จึงอยากนำทุกท่านไปรู้จักกับเกาะงามในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เราสามารถนั่งเครื่องบินไปเพียง 3 ชั่วโมงเศษก็ถึงยังจุดหมายปลายทาง เกาะแห่งนี้ก็คือ เกาะไต้หวันนั่นเอง
“คลังน้ำตาลแห่งดินแดนตะวันออก” “แหล่งรวมผลไม้นานาชนิด” “ทะเลแห่งป่าไม้” “คลังสินเธาว์แห่งดินแดนอาคเนย์” ล้วนเป็นสมญานามที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงเกาะแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้บอกเราว่าดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยทรัพยากรอะไรบ้าง
ไต้หวันถือเป็นเกาะที่มีภูเขาสูงในเขตร้อนซึ่งมีอยู่น้อยแห่งมากบนโลกใบนี้ นอกจากชายฝั่งด้านตะวันตกที่มีภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบแล้ว ส่วนที่เหลือราว 2 ใน 3 ของเกาะล้วนเป็นภูเขาสูงทั้งสิ้น ภูเขาอาลีซานที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกถือเป็นจุดชมวิวที่มีทิวทัศน์สวยงามและเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไต้หวัน
พื้นที่ทางตอนเหนือแคบ แต่ขยายวงกว้างทางตอนใต้ เทือกเขาใหญ่ทั้ง 5 เทือกบนเกาะแห่งนี้ทอดตัวจากชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกเฉียงเหนือลาดเทลงมายังชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกเฉียงใต้ ถือเป็นการทอดตัวในลักษณะเดียวกับเทือกเขาบริเวณชายฝั่งทะเลของประเทศจีน เนื่องจากตั้งอยู่ในแนวระนาบเดียวมณฑลยูนนาน เขตปกครองตนเองกวางสีและมณฑลกวางตุ้งของจีน จึงมีลักษณะเด่นทางภูมิอากาศใกล้เคียงกับพื้นที่แถบนี้ กล่าวคือ จัดอยู่ในเขตร้อนชื้น แต่ด้วยความที่มีทะเลล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ทำให้มีลักษณะเด่นทางภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทร ส่งผลให้อากาศในฤดูหนาวไม่หนาวเย็นจนเกินไป หรืออากาศไม่ร้อนจนเกินไป แต่ก็มีฝนตกและวันที่ฟ้าครึ้มปรากฏให้เห็นเสมอ
เรื่องอาหารการกินก็มีให้เลือกสรรมากมาย หากใครเคยลิ้มลองอาหารไต้หวันจะรู้สึกว่าเน้นรสชาติที่เป็นแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารทะเลที่ดูสดใหม่ อาหารไต้หวันเน้นที่ความใสและรสไม่จัดเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการผัด การตุ๋น หรือการนึ่งก็จะมีรสชาติแบบจืดๆ ใสๆ รูปแบบของอาหารได้รับการพัฒนามาจากวัฒนธรรมการกินของชาวจีนแถบมณฑลฮกเกี้ยนและมณฑลกวางตุ้ง รวมไปถึงวัฒนธรรมการดื่มชาที่นิยมกันอย่างแพร่หลายจนเป็นของฝากติดไม้ติดมือให้แก่ญาติสนิทมิตรสหายก็ได้รับอิทธิพลจากดินแดนทั้งสองแห่งนี้ จะเห็นว่ามีชาคุณภาพดีนานาภัณฑ์วางจำหน่ายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ชาวไต้หวันถือเป็นชาติที่ชื่นชอบในการชงชา พิถีพิถันตั้งแต่อุปกรณ์ชงชา อุปกรณ์ดื่มชา ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ของชาที่วางขายกันตามท้องตลาด และยังนิยมดื่มกงฟูฉาอย่างในมณฑลกวางตุ้งอีกด้วย
หากไปไต้หวันแล้วไม่เดินตลาดกลางคืนที่มีทั้งของกิน ของใช้ ของเล่น ให้คนทุกเพศทุกวัยได้ช็อปกันอย่างจุใจ ก็ดูเหมือนยังไปไม่ถึงยังไงอย่างงั้น ตลาดที่มีชื่อเสียงอย่างซื่อหลิน ซีเหมินติง ฯลฯ ก็มีของวางขายกันจนละลานตา เรียกว่าทั้งอิ่มอร่อยและกระเป๋าแฟบไปตามๆ กัน เพราะหมดไปกับอาหารนานาชนิดและของกระจุกกระจิกที่ล่อตาล่อใจอยู่ตลอดทาง ส่วนมากตลาดเหล่านี้มักตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง แหล่งรวมตลาดนัด โดยมากมักเป็นแหล่งที่มีความเจริญในลำดับต้นๆ ของท้องที่นั้นๆ ที่สำคัญเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน ร้านเสื้อผ้า ร้านของเล่น ร้านรองเท้า ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ล้วนตั้งเรียงรายอยู่ในตลาดหรือบริเวณใกล้เคียง ถือเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมการกินและความเป็นอยู่ของชาวไต้หวันที่เหมาะแก่การศึกษาเป็นอย่างมาก
ของฝากที่หลายคนมักซื้อมาจากไต้หวันในการไปเยือนครั้งแรกก็คือ พายสับปะรดที่ดูจะเป็นอาหารพื้นๆ สำหรับคนในบ้านเรา แต่ที่นั่นเขาวางขายกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ถึงกับมีการจัดแข่งขันประชันพายสับปะรดชิงรางวัลและประกาศนียบัตรรับรองความอร่อยกันทีเดียว พายสับปะรดที่วางขายส่วนมากมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ด้านในก็สอดไส้สับปะรดที่ไม่หวานจนเกินไป แต่ด้วยความที่พายสับปะรดมีวางขายกันเกลื่อน ทำให้มีการปะปนกันระหว่างชนิดที่มีคุณภาพชั้นเลิศเรื่อยลงมาถึงชนิดที่ด้อยคุณภาพ จึงมีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ของพายสับปะรด ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนของเปลือกด้านนอกกับไส้ด้านในให้อยู่ระหว่าง 1.3–1.5 ปริมาณน้ำในพายแต่ละชั้นไม่เกินร้อยละ 12 รวมไปถึงส่วนผสมในการทำอีกด้วย ส่งผลให้คุณภาพของพายสับปะรดโดยรวมได้มาตรฐานในระดับที่น่าพอใจและสามารถส่งขายไปยังตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่เกาะไต้หวัน
พายสับปะรดที่มีคุณภาพดี เปลือกนอกจะมีกลิ่นหอมของเนย เมื่อรับประทานแล้วละลายในปาก รสชาติของไส้สับปะรดนุ่มลิ้น มีรสหวานและเปรี้ยวของสับปะรด ถือเป็นของว่างที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ชาวไต้หวัน
ในส่วนของเครื่องดื่มที่เป็นแบรนด์บ่งบอกถึงความเป็นไต้หวันก็คือ ชาไข่มุก ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านข้างทาง สังเกตง่ายๆ ว่าร้านที่มีคนต่อแถวกันยาวๆ และมีพนักงานร้านไม่กี่คนกำลังเขย่าถ้วยเหล็กไปมาจนมือเป็นระวิง โดยมากก็คือร้านชาไข่มุกที่มีชนิดของชาและส่วนผสมให้เลือกกันหลากหลาย บางร้านถึงกับใส่ใจในรสนิยมการดื่มของลูกค้า ด้วยการกำหนดมาตรฐานความหวานลดหลั่นลงมาตั้งแต่ 10 9 7 5 3 1 และ 0 ซึ่งมีวงเล็บไว้ว่า (แข็งแรง) เพราะปราศจากน้ำตาลนั่นเอง
นอกจากรสชาติที่แตกต่างกันของชาไข่มุกแต่ละประเภทแล้ว เม็ดไข่มุกถือเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการร้านอีกหรือไม่ ขนาดใหญ่เล็กของเม็ดไข่มุกยังไม่มีผลเท่ากับความนุ่มลิ้นและความเหนียวหนึบของเม็ดไข่มุกที่เข้ากันอย่างลงตัวกับชานมหลากหลายชนิด แต่ก็มีชาเขียว ชาแดงที่สามารถเติมบ๊วย พุดดิงหรือส่วนผสมอื่นๆ ให้ได้เลือกซื้อเช่นกัน ชานมไข่มุกนั้นสามารถดื่มได้ทั้งชนิดร้อนและชนิดเย็นตามความชอบส่วนบุคคล
ความน่าตื่นตาตื่นใจของการได้เยี่ยมชมเกาะแห่งนี้ ยังมีอีกมากมายหลายสิ่งให้เข้าไปสัมผัส ลองหาโอกาสแวะเวียนไปสักครั้ง แล้วคุณจะติดอกติดใจจนต้องหวนกลับไปเยือนครั้งแล้วครั้งเล่า







