
แผนแก้วิกฤตหนี้ยุโรปไม่ดีพอ
ฟื้นความเชื่อมั่นระยะยาวไม่ได้มูดี้ส์ขู่ทบทวนเครดิตอียูปีหน้า
ฟื้นความเชื่อมั่นระยะยาวไม่ได้มูดี้ส์ขู่ทบทวนเครดิตอียูปีหน้า
ชี้แผนแก้หนี้ยุโรปยังไม่เด็ดขาดพอ ด้านมูดี้ส์เตรียมทบทวนเครดิตประเทศอียูทั้งหมดไตรมาสแรกปีหน้า
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ว่า แม้ปฏิกิริยาของตลาดการเงินทั่วโลกจะเป็นไปในทิศทางบวกภายหลังที่ประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) สามารถบรรลุข้อตกลงทางการคลังเพื่อแก้วิกฤตหนี้สาธารณะครั้งรุนแรงที่กำลังส่อเค้าลุกลามไปทั่วทวีป ทว่ามาตรการดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว ซึ่งขณะนี้ต่างเริ่มส่งสัญญาณแล้วว่าเริ่มไม่มั่นใจว่าแผนดังกล่าวจะกอบกู้วิกฤตครั้งนี้ได้
ข้อตกลงร่วมของที่ประชุมไม่ว่าจะเป็นการยินยอมให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางของยุโรปเข้ามาดูแลการคลังของแต่ละประเทศ หรือการนำกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) มาใช้กลางปีหน้า ล้วนแต่เป็นการวางโครงสร้างการแก้ปัญหาระยะยาว แต่ไม่เด็ดขาดพอที่จะคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้เลย
มาร์คัส ไรน์วาน นักวิเคราะห์จากธนาคารเฮลาบาในเยอรมนี มองว่า การประชุมผู้นำอียูมักเป็นไปตามวงจรเดิม กล่าวคือ ทันทีที่มีการประกาศแผนแก้วิกฤตใดๆ ตลาดหุ้นก็จะปรับตัวขึ้น ทว่าจะดิ่งลงในช่วงเวลาต่อมาอย่างแน่นอน
ล่าสุดนั้น ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเปิดตลาดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่า นักลงทุนต่างไม่ไว้ใจในแผนแก้หนี้ของยูโรโซนเลย
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่านักลงทุนอาจกำลังเฝ้ารอดูปฏิกิริยาบรรดาสถาบันจัดเครดิต ซึ่งหากมีการหั่นเครดิตอียู ก็อาจนำไปสู่ความตึงเครียดในตลาดอีกครั้ง
วันเดียวกัน มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับชื่อดังของโลก ประกาศเตรียมทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของชาติสมาชิกอียูทั้งหมด 27 ประเทศ ช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า ภายหลังที่ประชุมสุดยอดผู้นำอียูไม่สามารถบรรลุแผนที่ชัดเจนและเด็ดขาดพอในการแก้วิกฤตหนี้
“ความล้มเหลวของที่ประชุมในการออกมาตรการเพื่อสร้างเสถียร ภาพให้กับตลาดการเงินในระยะสั้นส่งผลให้อียูเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะไร้เสถียรภาพของตลาด” มูดี้ส์แถลง โดยย้ำว่า ขณะนี้ความเป็นเอกภาพของอียูกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก







