posttoday
โตกียว เทรนดี้ ปี3 ตอนที่ 8

โตกียว เทรนดี้ ปี3 ตอนที่ 8

11 ธันวาคม 2554

ฉบับนี้ยังอยู่กันที่คิชิโจจิฝั่งเหนือ แต่กระเถิบออกไปจาก Harmonica Yokocho หน่อยเดียว

ฉบับนี้ยังอยู่กันที่คิชิโจจิฝั่งเหนือ แต่กระเถิบออกไปจาก Harmonica Yokocho หน่อยเดียว

คือโซนช็อปปิ้ง Sun Road และ Daiyagai เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ขอให้นึกถึงสยามสแควร์แต่ไม่มีช่องทางให้รถวิ่ง มีแต่ช่องทางให้คนเดิน พื้นที่ก็ประมาณ 3 ใน 4 ของสยามสแคร์ เป็นแหล่งช็อปขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับคนมีเวลาไม่มาก ถ้า Harmonica Yokocho เป็นสวรรค์ของนักดื่มกิน (คือเน้นดื่มมากกว่ากิน) Sun Road และ Daiyagai ก็เป็นสวรรค์ของนักช็อปและนักกินก็ว่าได้ เพราะมีร้านค้าและร้านขายอาหารทั้งคาวและหวานมากมายให้เลือกช็อปหรือเลือกรับประทาน เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นผมขอลงรายละเอียดของโซนนี้อีกหน่อย ถ้ากำหนดให้โซนนี้เป็นรูปสี่เหลี่ยม ซ้ายมือสุดจะเป็นถนนใหญ่ มีรถวิ่งพลุกพล่านคือถนน Tokyu Odori ที่มีห้าง Tokyu เป็นขาใหญ่คุมอยู่ทางฝั่งนี้ ส่วนทางฝั่งขวาสุดจะเป็นถนนสายช็อปปิ้งที่มีแต่ช่องทางคนเดินคล้ายๆ เวลาเราไปเดินสำเพ็ง ตรงนี้เรียกถนน Sun Road ถนนเส้นนี้ก็จะมีร้านขายของสารพัดเรียงกันไปตลอดทั้งสาย ทั้งร้านรองเท้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอาง รวมทั้งร้านราเมนเจ้าถิ่น Hope Ramen ก็อยู่ในซอยบนถนนเส้นนี้ด้วย ด้านเหนือสุดคือถนน Penny lane มีห้าง LOFT เป็นที่สังเกต เป็นเขตที่ไม่ค่อยพลุกพล่าน เพราะจะสุดเขตย่านช็อปปิ้งแล้ว ด้านใต้สุดที่ติดกับ Harmonica Yokocho คือถนน Daiyagai Cherrynard หรือเรียกสั้นๆ ว่า Daiyagai ถนนเส้นนี้จะคึกคักที่สุด เพราะนอกจากจะอุดมไปด้วยร้านค้าแล้ว ร้านขายอาหารก็มีให้รับประทานเหลือเฟือ ร้านขายเนื้อซาโตะที่มีเนื้อมัตสึซากะสับแล้วปั้นเป็นลูกๆ ชุบเกล็ดขนมปังทอดและขายสเต๊กบนชั้น 2 ก็อยู่ในโซนนี้ด้วยเช่นกัน

โตกียว เทรนดี้ ปี3 ตอนที่ 8

ระหว่าง Daiyagai กับ Penny lane มีถนนอีกเส้นที่ขนานเรียงกันอยู่ชื่อถนน Moto machi ในซอยที่เชื่อมระหว่าง Daiyagai กับ Motomachi นี้ จะเรียงรายไปด้วยร้านอาหารอีกเช่นกัน มีร้านหนึ่งที่ผมสะดุดตาเมื่อตอนไปชิมสเต๊กร้านซาโตะ แต่ตอนนั้นอิ่มจนไม่สามารถไปลองแวะชิมได้ และเมื่อมีโอกาสได้กลับไปอีกครั้ง ผมก็ตรงดิ่งไปที่ร้านนี้ก่อนทันที ร้านนี้เป็นร้านราเมนอีกแล้วครับ แต่ที่สะดุดตาผมก็เพราะเป็นร้านราเมนที่แปลกกว่าราเมนทุกร้านที่ผมเคยรับประทานมา แค่ชื่อร้านก็แปลกกว่าร้านอื่นแล้ว ร้านนี้ชื่อ Due Italian (ดูเอ อิตาเลียน) ขายราเมนหน้าตาแปลกๆ แต่ก็ชวนให้ลองชิม ผมไม่รอช้ารีบตรงเข้าร้านและเริ่มสำรวจทันที ภายในร้านตกแต่งดูโมเดิร์นไม่เหมือนร้านราเมนเลยสักนิด นี่ถ้าไม่เห็นรูปราเมนที่หน้าร้านผมต้องนึกว่าเดินเข้าร้านอาหารฝรั่งหรือคาเฟ่เก๋ๆ แน่นอน ด้วยความที่ไม่รู้อะไรทั้งสิ้นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือถามเขาดูว่า อะไรอร่อยหรือเป็นที่นิยมที่สุด คุณอิเคดะที่เป็นทั้งพ่อครัว บริกร และคนล้างชาม เพราะทั้งร้านมีแกทำงานอยู่คนเดียว ได้แนะนำว่าชามเด่นของที่นี่ต้อง ชิโอะราเมน หรือราเมนน้ำซุปรสเกลือ ผมเลยขอลองชามนี้แหละครับ โชคดีที่ผมไปเร็วคือประมาณ 11 โมงกว่าๆ แกเพิ่งเปิดร้านยังไม่ค่อยมีใครมารับประทาน ทั้งร้านมีผมนั่งอยู่คนเดียว จึงง่ายกับการสอดรู้สอดเห็น เพราะถ้าคนแน่นร้าน ก็อย่าหวังว่าเขาจะยอมให้ผมเดินสำรวจเข้าไปถึงในครัว คุณอิเคดะคงเห็นว่าผมสนใจ เลยพาไปดูภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์เป็นภาพดาราดัง ริชาร์ด เกียร์ กำลังนั่งรับประทานที่ร้าน แต่ผมดูรูปเชฟแล้วคิดว่าไม่ใช่คุณอิเคดะแน่ๆ ก็เลยถามเขาดู เขาบอกว่าร้านนี้เป็นร้านสาขา มีร้านแม่อยู่ที่ Ichigaya ส่วนเชฟที่เห็นในภาพเป็นเจ้าของร้านชื่อคุณ Ishizuka Kazuo เป็นเชฟอาหารอิตาเลียนที่มีไอเดียอยากผสมผสานรสชาติอาหารอิตาเลียนลงไปในเมนูพื้นๆ ของอาหารญี่ปุ่นอย่างราเมน ก็เลยคิดค้นเมนูพิเศษอย่าง Fromage Ramen และ Lemon Ramen จนเป็นที่เลื่องลือทั้งในยุทธจักรอาหารอิตาเลียนและยุทธภพราเมน ทั้งรายการทีวีและนิตยสารมาขอสัมภาษณ์และถ่ายรายการกันร่วม 20 ครั้ง

และด้วยที่มาอันน่าสนใจนี้ จึงทำให้ผมตัดสินใจลองสั่งราเมนเพิ่มอีกถ้วย คือ Fromage Ramen และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมรับประทานราเมน 2 ชามในเวลาเดียวกัน เริ่มจาก ชิโอะราเมน ที่ขึ้นชื่อของร้าน บอกได้คำเดียวว่า อร่อยกว่าราเมนเจ้าถิ่นอย่าง Hope Ramen หลายขุม เพราะความกลมกล่อมของน้ำซุปกระดูกหมูแต่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จึงได้น้ำซุปที่ใสเหมือนคอนซอมเม ปรุงรสด้วยเกลือทำให้รสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้านเหมือนราเมนทั่วไป ยิ่งได้เส้นที่ลวกไม่สุกเกินไปตามสไตล์เส้นพาสตา ทำให้ราเมนชามนี้อร่อยแบบกลมกล่อมรับประทานง่ายและไม่เลี่ยนมัน โดยปกติผมจะชอบรับประทานราเมนน้ำซุปกระดูกหมูแบบเข้มข้น (ทงคัทสึราเมน) แต่ราเมนน้ำใสชามนี้ผมยอมให้เบียดเข้าทำเนียบราเมนของผมเลยครับ หลังชิมราเมนซุปเกลือไปได้คำสองคำ ผมก็กลับมาจัดการกับ Fromage Ramen หรือราเมนชีสสดกันต่อ ถ้าไม่นับชีสสดที่ใส่ลงไป หน้าตาของราเมนชามนี้ก็ราเมนซุปเกลือที่เปลี่ยนเครื่องจากเนื้อหมูชาชู มาเป็นเนื้อไก่แทน แต่พอชีสสดเคล้าจนเข้ากับน้ำซุปแล้ว รสชาติของราเมนชามนี้มันอิตาลีมากๆ คล้ายกับรสชาติของสปาเกตตีคาโบนารา แต่ละมุนลิ้นกว่าด้วยชีสสดคุณภาพสูงที่คุณ Ishizuka คัดสรรมา เป็นการสร้างแนวทางใหม่ให้กับราเมน บอกได้คำเดียวว่าอร่อยเกินคาด จนผมเกิดอาการละล้าละลังไม่รู้ว่าจะจัดการราเมนซุปเกลือให้หมดหรือซัดราเมนชีสสดไม่ให้เหลือดี สุดท้ายกัดฟันกินมันทั้งสองชาม เล่นเอาผมแทบแย่ แต่ก็คุ้มค่าเพราะอร่อยกว่าราเมนหลายๆ ร้านที่เคยรับประทานมา ใครอยากลองรับประทานราเมนที่ไม่เหมือนใคร แวะไปชิมได้ที่คิชิโจจิครับ  

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย