
ซีเรียเดือดยอดดับพุ่ง4,000ยูเอ็นชี้‘สงครามกลางเมือง’
ยูเอ็นเตือนซีเรียอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง เหตุยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาลพุ่ง 4,000 คน
ยูเอ็นเตือนซีเรียอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง เหตุยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามของรัฐบาลพุ่ง 4,000 คน
นาวี พิลเลย์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกโรงเตือนว่า ขณะนี้สถานการณ์ในซีเรียได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง ภายหลังการประเมินล่าสุดพบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด นับตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ได้พุ่งเป็น 4,000 คนแล้ว และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่า สถานการณ์ในซีเรียขณะนี้ไม่ต่างอะไรจากสงครามกลางเมืองเลย เนื่องจากล่าสุดนั้นทหารจำนวนมากได้หนีทัพไปเข้าร่วมกับฝ่ายขับไล่รัฐบาล ส่งผลให้เกิดการสู้รบระหว่างกองทัพกับทหารที่แปรพักตร์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้อาวุธหนักโจมตีกันอย่างดุเดือด และสถานการณ์นั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงเลย
“รัฐบาลซีเรียยังคงใช้กำลังปราบปราบประชาชนอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งหากไม่ยุติก็จะส่งผลให้ประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามอย่างเต็มรูปแบบ” พิลเลย์ กล่าว โดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมกันปกป้องประชาชนซีเรีย
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดอาหรับ สปริง ซีเรียได้กลายเป็นประเทศที่มีการปราบปรามการชุมนุมที่นองเลือดที่สุด โดยนานาชาติได้พยายามกดดันรัฐบาลซีเรียมาโดยตลอด ซึ่งล่าสุดนั้นเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. สหภาพยุโรป (อียู) และสหรัฐได้ยกระดับแรงกดดันต่อความโหดเหี้ยมของระบบอัลอัสซาด ด้วยการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามส่งออกก๊าซและอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมันแก่ซีเรีย หรือการสั่งห้ามการค้าพันธบัตรรัฐบาลซีเรีย n







