
ซูจีพบฮิลลารีถกอนาคตพม่า
ซูจีต้อนรับฮิลลารีอบอุ่นหวังการเยือนครั้งประวัติศาสตร์พาประชาธิปไตยพม่าสดใส ฟากสหรัฐลั่นพร้อมอัดฉีดเต็มที่แลกปฏิรูป
ซูจีต้อนรับฮิลลารีอบอุ่นหวังการเยือนครั้งประวัติศาสตร์พาประชาธิปไตยพม่าสดใส ฟากสหรัฐลั่นพร้อมอัดฉีดเต็มที่แลกปฏิรูป
อองซานซูจี เลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) ของพม่ากล่าวต้อนรับฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอย่างอบอุ่นที่บ้านพักริมทะเลสาบของซูจีที่นครย่างกุ้งเมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ซึ่งนับเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสตรีทั้ง 2 คน ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองหญิงที่ทรงอิทธิพลของโลก
รายงานระบุว่า บรรยากาศการต้อนรับและพูดคุยกันระหว่างสตรีทั้ง 2 คน เป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดย ซูจี ได้กล่าวชื่นชมและยินดีต่อการเยือนพม่าของฮิลลารีในครั้งนี้ว่า ถือเป็นการสร้างความหวังครั้งใหม่ให้พม่าสามารถก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้
ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าฮิลลารีจะไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าในระหว่างการเข้าพบซูจีเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ฮิลลารี กล่าวว่า ถ้าหากรัฐบาลพม่าสามารถปฏิรูปประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เช่น ปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทั้ง 1,500 คน และยุติความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อยรวมถึงล้มเลิกความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือด้านอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐอาจจะพิจารณายุติการคว่ำบาตรในอนาคตก็เป็นได้
ขณะเดียวกัน ฮิลลารีได้เสนอความช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหม่แก่ภาคประชาสังคมในพม่ามูลค่า 1.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย ฮิลลารี กล่าวว่า สหรัฐพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม ถ้าการปฏิรูปในพม่ายังดำเนินต่อไป
เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานของฮิลลารี เปิดเผยว่า เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกนำไปช่วยสนับสนุนสถาบันการเงินชุมชนรายย่อย การดูแลสุขภาพประชาชน และช่วยผู้รอดชีวิตจากทุ่นระเบิดและเหยื่อที่เกิดจากความขัดแย้งภายในพม่า
นอกจากนี้ สหรัฐได้วางแผนเปิดโครงการสอนภาษาอังกฤษในพม่า โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันอีสต์เวสต์ เซ็นเตอร์ที่อยู่ในรัฐฮาวายอีกด้วย
วันเดียวกัน ซูจี กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งภายหลังจากที่โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวแสดงความสนับสนุนด้านการสานความสัมพันธ์ระหว่างพม่าและชาติตะวันตก พร้อมกับคาดหวังว่าพม่าจะสามารถมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนต่อไป ถึงแม้ว่าในขณะนี้พม่าจะเริ่มสานสัมพันธ์กับทางสหรัฐมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า ความสำเร็จของพม่าในการผูกสัมพันธ์กับสหรัฐอาจเป็นการลดบทบาทความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพม่ากับจีนในอนาคต







