
เวิลด์แบงก์ชี้น้ำท่วมไทยเจ๊งยับ1.4ล้านล.
คาดจีดีพีปีนี้โตเพียง 2.4%วอนภาครัฐช่วยเหลือชาวนา
คาดจีดีพีปีนี้โตเพียง 2.4%วอนภาครัฐช่วยเหลือชาวนา
เวิลด์แบงก์ประเมินอุทกภัยไทยสร้างความเสียหาย 1.41 ล้านล้านบาท ชี้จีดีพีปีนี้โตเพียง 2.4% ด้านสื่อนอกเผยน้ำท่วมสะท้อนปัญหาการลักลอบเลี้ยงสัตว์ผิดกฎหมาย
แอนเน็ตต์ ดิกซอน ผู้อำนวยการธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ประจำประเทศไทย เปิดเผยภายหลังเข้าหารือกับนายวีรพงษ์ รางมางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ว่า ธนาคารโลกได้ประเมินความเสียหายจากอุทกภัยไทยเบื้องต้นไว้ที่ 4.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.41 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตเพียง 2.4% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3.6%
รายงานระบุว่า มูลค่าความเสียหายทั้งหมดแบ่งออกเป็นความเสียหายด้านทรัพย์สิน 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และอีกราว 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ คือค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ โดยตัวเลขนี้มีสิทธิปรับเพิ่มสูงขึ้นได้ เนื่องจากโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งยังคงอยู่ในสภาพจมอยู่ใต้น้ำ
อย่างไรก็ตาม ดิกซอนยังมองว่า การฟื้นฟูประเทศภายหลังน้ำลดจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการเติบทางเศรษฐกิจของประเทศได้
ขณะเดียวกัน ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลมอบความช่วยเหลือแก่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ธนาคารโลกได้สำรวจและประเมินมูลค่าความเสียหายครั้งนี้ โดยครอบคลุมทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ภาคการผลิต การพัฒนาเชิงสังคม และสุดท้ายคือ ด้านสิ่งแวดล้อม
นอกจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจแล้ว วันเดียวกัน เอพีได้เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ซึ่งระบุว่า วิกฤตอุทกภัยไทยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบเลี้ยงและค้าสัตว์ผิดกฎหมายในไทย
รายงานระบุว่า เป็นเวลานานแล้วที่ไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางของการเพาะพันธุ์ ส่งออก และค้าขายสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งข่าวของสัตว์ป่านานาชนิดไม่ว่าจะเป็น จระเข้ หรืองูพิษหลากหลายสายพันธุ์ หลุดออกมากับสายน้ำนั้นก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ในสังคมไทย







