posttoday
สหรัฐวิกฤตซ้ำซ้อน แผนลดยอดขาดดุลงบล่ม

สหรัฐวิกฤตซ้ำซ้อน แผนลดยอดขาดดุลงบล่ม

23 พฤศจิกายน 2554

เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงวิกฤตหนัก หลังประชุมซูเปอร์คอมมิตตีล่ม นักวิเคราะห์เชื่อเกมการเมืองเป็นเหตุ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เศรษฐกิจสหรัฐเสี่ยงวิกฤตหนัก หลังประชุมซูเปอร์คอมมิตตีล่ม นักวิเคราะห์เชื่อเกมการเมืองเป็นเหตุ ดึงแผนลดขาดดุลล่าช้า ด้านบริษัทเรตติ้งยันยังไม่เปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า การที่คณะกรรมการร่วมระหว่างสองพรรคการเมือง หรือซูเปอร์คอมมิตตี ไม่สามารถเจรจาหาข้อตกลงเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณลงได้ ได้กลายเป็นภัยคุกคามเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากความล้มเหลวดังกล่าวจะกระทบต่อข้อตกลงด้านการตัดลดหรือเพิ่มภาษีต่างๆ ล่าช้า จนส่งผลให้ไม่สามารถออกนโยบายควบคุมงบประมาณของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้รัฐบาลมีทางเลือกในการลดจำนวนหนี้สาธารณะไม่มากนัก

นอกจากนี้ การที่ที่ประชุมของคณะกรรมการร่วมสองพรรคไม่สามารถหาข้อตกลงลดการขาดดุลงบประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ยังส่งผลสั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกว่า บรรดาผู้บริหารประเทศจะมีความจริงใจและมีความสามารถพอที่จะก้าวผ่านความขัดแย้งของสองพรรคการเมืองระหว่างเดโมแครตและรีพับลิกัน เพื่อปกป้องสุขภาพทางนโยบายการเงินของประเทศ

สหรัฐวิกฤตซ้ำซ้อน แผนลดยอดขาดดุลงบล่ม

อลิซ ริฟลิน อดีตผู้อำนวยการด้านงบประมาณของทำเนียบขาว แสดงความเห็นผ่านอีเมลถึงบลูมเบิร์ก ระบุว่า ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นสร้างความผิดหวังและท้อแท้ให้กับนักลงทุนทั่วโลก เห็นได้จากตลาดหุ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียที่ปรับตัวลดลงเมื่อสองวันที่ผ่านมา

“แค่ข้อตกลงปลีกย่อยอย่างการตัดลดการขาดดุลงบประมาณ 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ยังทำไม่ได้ แล้วประสาอะไรกับข้อตกลงใหญ่อื่นๆ ฉันไม่เห็นหนทางที่บรรดาผู้แทนจะบรรลุข้อตกลงสำคัญๆ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของประเทศในปีหน้าได้เลย” ริฟลิน กล่าว

ทั้งนี้ ข้อขัดแย้งสำคัญที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายหาทางออกของแผนตัดลดการขาดดุล 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลา 10 ปีไม่ได้ เป็นเพราะปัจจัยทางการ เมืองที่ฝ่ายเดโมแครตสนับสนุนการเพิ่มภาษีคนรวย ขณะที่ฝ่ายรีพับลิกันสนับสนุนการตัดลดสวัสดิการสังคม ซึ่งประเด็นดังกล่าวล้วนส่งผลต่อฐานเสียงสนับสนุนของทั้งสองพรรคที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในช่วงใกล้เลือกตั้งประธานาธิบดี

สำหรับแผนการตัดลดการขาดดุลงบประมาณของคณะกรรมการร่วมสองพรรคในครั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมงบประมาณที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งหากซูเปอร์คอมมิตตีไม่สามารถหามาตรการใดๆ ที่จะเป็นทางเลือกตัดลดการขาดดุลได้ทันตามกำหนดในปี 2555 สหรัฐจะดำเนินการตัดลดการขาดดุลโดยอัตโนมัติ

การตัดลดแบบอัตโนมัตินี้จะตัดในส่วนของค่าใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งเกี่ยวพันกับสวัสดิการรักษาพยาบาลของผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ซึ่งจะทำให้รัฐสามารถจ่ายเงินอุดหนุนโรงพยาบาลในโครงการได้เพียงแค่ 2% เท่านั้น และตัดในส่วนค่าใช้จ่ายในงบประมาณทางการทหารเป็นสำคัญ โดยจะเริ่มตัดตั้งแต่เดือน ม.ค. ปี 2556 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บลูมเบิร์ก รายงานว่า แผนตัดลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติมีสิทธิทำให้กระทรวงกลาโหมโดนหั่นงบประมาณลงราว 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า ซึ่งนับว่ามากที่สุดในบรรดากระทรวงต่างๆ ของสหรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพนตากอนเพิ่งจะได้ดำเนินการหั่นงบประมาณลงไปแล้วถึง 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามพระราชบัญญัติควบคุมงบประมาณ

ด้านประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้ออกมาประณามความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยตำหนิพรรครีพับลิกันที่ไม่ยอมให้เพิ่มภาษีคนรวย ควบคู่ไปกับการตัดลดเงินสวัสดิการของรัฐ พร้อมเตือนว่ายินดีใช้สิทธิยับยั้งตามอำนาจของประธานาธิบดีทันที หากมีความพยายามขัดขวางหรือเลิกล้มแผนการตัดลดตัวเลขขาดดุลโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ โอบามา ยังย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้ก็คือ การหาแผนลดการขาดดุลที่ดีพอที่จะเอื้อให้เศรษฐกิจของสหรัฐมีการเติบโต

“ผมมีความหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนทั้งหลายจะสามารถบรรลุข้อตกลงต่างๆ ร่วมกัน และพิสูจน์ให้ตลาดเชื่อมั่นว่า แม้หนี้สาธารณะของประเทศจะพุ่งสูงถึง 15 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่สหรัฐจะไม่ผิดนัดชำระหนี้แน่นอน” โอบามา กล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความล้มเหลวของซูเปอร์คอมมิตตีจะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง เห็นได้จากดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ โดยเฉลี่ยลดลง 2.1% ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 0.40% ดัชนีฮั่งเส็ง ฮ่องกงลด 0.14% และดัชนีซิดนีย์ลด 0.72% แต่บรรดาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำได้ประกาศออกมาแล้วว่า จะยังไม่มีการปรับลดอันดับของสหรัฐในช่วงนี้

ด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ระบุว่า จะคงอันดับสหรัฐไว้ที่ AA+ ขณะที่มูดี้ส์ ยืนยันว่า จะคงไว้ที่อันดับ AAA แต่มีแนวโน้มการปรับอันดับเครดิตเป็นลบ และฟิทช์ เรทติ้งส์ คงไว้ที่ AAA เช่นกัน แต่จะประเมินเรตติ้งอีกครั้งภายในสิ้นเดือนนี้ โดยหากยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องแผนลดตัวเลขการขาดดุล ก็อาจจะปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบจากเดิมที่อยู่ในระดับมีเสถียรภาพ ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูงที่สหรัฐจะโดนลดอันดับในอนาคตอันใกล้

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย