
สหรัฐทำอาเซียนเครียด
เหตุโอบามาเสริมกำลังทหารเร่งสกัดอิทธิพลมังกรสยายปีก
เหตุโอบามาเสริมกำลังทหารเร่งสกัดอิทธิพลมังกรสยายปีก
ประธานอาเซียนออกโรงจวกสหรัฐประจำการนาวิกโยธินในออสเตรเลียรังแต่จะทำให้ตึงเครียดมากขึ้น ด้านฟิลิปปินส์หนุนออกนอกหน้า
อินโดนีเซีย ประธานอาเซียนออกโรงเตือนเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐและออสเตรเลียเปิดทางประจำการนาวิกโยธินสหรัฐเพิ่มในออสเตรเลียนั้น จะยิ่งปลุกให้ภูมิภาคนี้เข้าสู่ภาวะตึงเครียดมากยิ่งขึ้น และเกิดการแข่งขันอิทธิพลอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐและจีน
“สิ่งที่ผมเกลียดที่จะเห็นก็คือ ความเคลื่อนไหวเช่นนั้นจะทำให้เกิดการตอบโต้และการเอาคืนกันไปมา ซึ่งจะก่อให้เกิดวงจรแห่งความตึงเครียดและความไม่เชื่อถือและไม่ไว้ใจกัน” มาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นาตาเลกาวา กลับเคยมีท่าทีในทางบวกต่อการให้คำมั่นของสหรัฐที่จะเพิ่มบทบาทมากขึ้นในภูมิภาคเอเชีย โดยในครั้งนี้ นาตาเลกาวา ได้กล่าวว่า สหรัฐจะมีบทบาทอย่างต่อเนื่องต่อการส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคง ตลอดจนความมั่งคั่งในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ได้ประกาศลั่นที่กรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลียว่า สหรัฐจะประจำการนาวิกโยธิน 2,500 นาย ที่เมืองดาร์วินทางตอนเหนือของออสเตรเลีย จนทำให้จีนออกโรงวิจารณ์ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนัก
จากความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ คาดว่าจะทำให้เวทีการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกในวันเสาร์นี้ที่เกาะบาหลี จะเกิดการเผชิญหน้ากันอย่างหนักระหว่างสหรัฐและจีน โดยที่ผ่านมาทั้งสองชาติได้ตอบโต้กันมาเป็นระยะๆ เมื่อสหรัฐได้ประกาศสนับสนุนอาเซียนอย่างเต็มที่ ในกรณีข้อพิพาทเหนือพื้นที่ทะเลจีนใต้ที่เกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างจีนกับสมาชิกอาเซียนหลายชาติ ทั้งเวียดนามและฟิลิปปินส์
สำหรับท่าทีของชาติสมาชิกอาเซียนชาติอื่นๆ นั้น ทางด้าน เค ชานมุกัม รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่าชาติอาเซียนไม่ต้องการอยู่กึ่งกลางระหว่างการแข่งขันของ 2 มหาอำนาจใหญ่เช่นนี้
ทว่า ทางด้านฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐ กลับแสดงความยินดีต่อความเคลื่อนไหวของสหรัฐที่จะประจำการนาวิกโยธินในออสเตรเลียเพิ่มในครั้งนี้
“หากคุณถามผมว่าเห็นอย่างไรต่อการปรากฏตัวของสหรัฐในออสเตรเลียและภูมิภาคนี้ เราเห็นว่าเป็นกองกำลังเพื่อสร้างเสถียรภาพ และเราก็มีความยินดีมาก” รามิน คารันดัง โฆษกประธานาธิบดี เบนิโญ อาควิโน กล่าว







