posttoday
สหรับเดินสายสานสัมพันธ์เอเชียจับมือออสซีส่งทหารเพิ่ม หวังสกัดอิทธิพลจีน

สหรับเดินสายสานสัมพันธ์เอเชียจับมือออสซีส่งทหารเพิ่ม หวังสกัดอิทธิพลจีน

17 พฤศจิกายน 2554

สหรัฐลุยสานสัมพันธ์พันธมิตรเก่าในเอเชีย หวังสกัดอำนาจจีนในภูมิภาค ล่าสุดจับมือออสเตรเลียส่งทหารเข้าภูมิภาคเพิ่ม

สหรัฐลุยสานสัมพันธ์พันธมิตรเก่าในเอเชีย หวังสกัดอำนาจจีนในภูมิภาค ล่าสุดจับมือออสเตรเลียส่งทหารเข้าภูมิภาคเพิ่ม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

สหรัฐลุยสานสัมพันธ์พันธมิตรเก่าในเอเชีย หวังสกัดอำนาจจีนในภูมิภาค ล่าสุดจับมือออสเตรเลียส่งทหารเข้าภูมิภาคเพิ่ม พร้อมประกาศสนับสนุนฟิลิปปินส์ปกป้องน่านน้ำ และประกาศให้เงินช่วยเหลือและจะสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบันของไทย

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมประชาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่เมืองโฮโนลูลู มลรัฐฮาวาย ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ได้ทำตามแผนที่ได้ประกาศไว้ว่าจะเดินหน้าสานสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในเอเชียมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 5 ชาติพันธมิตรเก่าแก่อย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และไทย โดยได้เริ่มต้นเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

รายงานข่าวระบุว่า การเดินทางเยือนในครั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบามา และนายกรัฐมนตรี จูเลีย กิลลาร์ด แห่งออสเตรเลีย ได้บรรลุข้อตกลงทางทหารร่วมกัน ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในช่วงกลางปี 2555

ทั้งนี้ ในข้อตกลงดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกิลลาร์ด แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า ออสเตรเลียเห็นชอบที่จะให้สหรัฐเคลื่อนกำลังพลหน่วยนาวิกโยธินและกองทัพอากาศจำนวนกว่า 2,500 นาย เข้ามาประจำการในฐานทัพทางตอนเหนือของประเทศ โดยแผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐที่จะปรับดุลอำนาจทางทหารในเอเชีย หลังจากที่สหรัฐได้ถอนทหารออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน

สหรับเดินสายสานสัมพันธ์เอเชียจับมือออสซีส่งทหารเพิ่ม หวังสกัดอิทธิพลจีน

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐ ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์ทั่วโลกมองว่าได้สะท้อนให้เห็นถึงความวิตกกังวลของสหรัฐต่อบทบาทของจีนที่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโอบามาแห่งสหรัฐ ได้ออกมาคัดค้านความคิดดังกล่าว โดยในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีกิลลาร์ด ผู้นำสหรัฐกล่าวย้ำว่า การคิดว่าสหรัฐกลัวจีนนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิด การคิดว่าสหรัฐจะกันจีนออกไปนั้นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง

“สหรัฐไม่ปรารถนาที่จะตัดสัมพันธ์กับจีนจากกรอบความร่วมมือใหม่ที่จะมีขึ้น แต่การรวมกลุ่มกันเพื่อไปสู่อนาคต จีนจะต้องยอมรับและปฏิบัติตามกลไกมาตรฐานสากล” โอบามา กล่าว โดยยกตัวอย่างมาตรการที่จีนต้องปรับปรุงอย่างกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์และพิทักษ์ทรัพย์สินทางปัญญา

ในวันเดียวกัน หลิวเว่ยหมิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีประเด็นแอบแฝง ชวนให้เคลือบแคลงสงสัยถึงเจตนารมณ์ของสหรัฐ และเป็นการกระทำที่ไม่สมควรแก่เวลา

“เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเพิ่มกำลังทหาร และไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแห่งนี้” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าว

นอกจากนี้ ในงานแถลงข่าวประจำวันที่กระทรวงการต่างประเทศจีน หลิว ได้กล่าวอีกว่า โลกที่กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากทางเศรษฐกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจจากบรรดานานาประเทศเหนือยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด

แต่ท่ามกลางอุปสรรคนานาประการ สหรัฐกลับมีแผนเคลื่อนกำลังพลหน่วยนาวิกโยธินของตนเองเข้ามาในตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชาติมากกว่าประโยชน์ต่อส่วนรวม

“จีนเชื่อมั่นว่าการพัฒนาสันติภาพและการมุ่งแสวงหาความร่วมมือระหว่างกันคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการเดินหน้าสานสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันของภูมิภาคแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาตกต่ำทางเศรษฐกิจเช่นนี้” หลิว กล่าว

ทั้งนี้ ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามาเดินทางกระชับสัมพันธ์กับออสเตรเลีย ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ได้เดินสายเยือนฟิลิปปินส์และไทยด้วยเช่นกัน

เอเอฟพีรายงานหลังการเข้าพบประธานาธิบดี เบนีโญ อาควิโน แห่งฟิลิปปินส์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวย้ำว่า สหรัฐจะอยู่กับฟิลิปปินส์เสมอ จะยืนหยัดเคียงข้าง และจะสู้ไปพร้อมกับฟิลิปปินส์

แม้จะไม่ได้ระบุว่าจะสู้กับประเทศจีนโดยตรง แต่ฮิลลารีก็ยังกล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่า สหรัฐต้องการช่วยฟิลิปปินส์ปกป้องสิทธิเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ที่กำลังเป็นกรณีพิพาทกับประเทศจีนอยู่ในขณะนี้ โดยแหล่งข่าวภายในกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ฮิลลารี มีแผนจะหารือเพื่อส่งมอบเรือพิฆาตลำที่ 2 ให้กับฟิลิปปินส์อีกด้วย

ด้าน เบน โรห์เดส ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว ซึ่งร่วมเดินทางเยือนเอเชียพร้อมประธานาธิบดีโอบามา ได้เปิดเผยต่อรอยเตอร์ส ว่า สหรัฐได้เตรียมพร้อมหยิบยกประเด็นกรณีพิพาททะเลจีนใต้ขึ้นมาหารือในการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกที่กำลังจะมีขึ้นในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประชุมเอเชียตะวันออก รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐมีกำหนดเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 16–17 พ.ย.นี้ โดยเตรียมเสนอแพ็กเกจความช่วยเหลือก้อนใหญ่ให้แก่ไทย อีกทั้งหวังว่าจะเข้าถึงประชาชนคนไทย ในฐานะประเทศพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียแห่งนี้

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ฮิลลารี เตรียมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่กับรัฐบาลไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

“หนึ่งในสารที่รัฐมนตรีต่างประเทศจะส่งผ่านถึงคนไทยและรัฐบาลไทยก็คือ เราเชื่อว่าการช่วยให้รัฐบาลนี้ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ทางการเมืองของสหรัฐด้วย เราจะทำเท่าที่ทำได้เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า” แหล่งข่าวเปิดเผย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท