
เอกชนญี่ปุ่นเล็งลงทุนอินโดฯ-เวียดนามแทนไทย
บริษัทญี่ปุ่นเข็ดน้ำท่วมในไทยเล็งลงทุนสร้างโรงงานในอินโดฯเวียดนาม "ฮอนด้า"จี้รัฐบาลไทยปรับปรุงโครงสร้างพื้นที่ฐานในประเทศ-ระบบระบายน้ำ
บริษัทญี่ปุ่นเข็ดน้ำท่วมในไทยเล็งลงทุนสร้างโรงงานในอินโดฯเวียดนาม "ฮอนด้า"จี้รัฐบาลไทยปรับปรุงโครงสร้างพื้นที่ฐานในประเทศ-ระบบระบายน้ำ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในไทยอาจหันไปลงทุนสร้างโรงงานในประเทศเพื่อนบ้านอาทิ อินโดนีเซียและเวียดนามแทน
หลังจากที่น้ำท่วมในไทย ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าญี่ปุ่นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทใหญ่อย่าง แคนอน นิสสันมอเตอร์ ฮิตาชิ และโตชิบา ล้วนต้องหยุดการผลิตหลังจากโรงงานในไทยถูกน้ำท่วมส่งผลให้เกิดภาวะการขาดแคลนชิ้นส่วนไปทั่วโลก
ทาคาฮิโร เซคิโด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันเครดิต อกรีโคล ซีไอบี ในโตเกียวเผยว่า ผู้บริหารของบริษัทที่ได้รับผลกระทบในไทยต่างตระหนักถึงความเสี่ยงรุนแรงหลังภัยน้ำท่วม ทำให้แนวโน้มที่จะเร่งลงทุนในไทยชะลอลง แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นจุดหมายที่ดีที่สุดโดยหลายบริษัท อย่าง ไพโอเนียร์ ฮอนด้า และโตโยต้าต้องระงับการคาดการณ์ผลกำไร หลังปิดโรงงานในไทยไปหลายแห่งเนื่องจากประสบภัยน้ำท่วม
ฟูมิฮิโกะ ไอเกะ ผู้บริหารสูงสุดด้านการเงินของฮอนด้าเคยกล่าวว่า หวังให้รัฐบาลไทยปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ รวมถึงระบบระบายน้ำ แต่บริษัทคงต้องจัดทำแผนบริหารจัดการการผลิตที่ยืดหยุ่นขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
เช่นเดียวกับ ฮิโรมิตสุ คิมูระ โฆษกของบริษัทไพโอเนียร์ ที่ยอมรับว่ามีความจำเป็นในการพิจารณาขยายการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้นในอนาคต ทั้งภายในไทย และไปยังประเทศอื่นๆ
ด้าน โทฮรุ นิชิฮามะ นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยไดอิจิ ไลฟ์ รีเสิร์ช ในโตเกียวกล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม เป็นประเทศที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติโดยตรงมากกว่าประเทศไทย รวมถึงนักลงทุนชาวญี่ปุ่น เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก และความต้องการภายในประเทศก็ค่อนข้างแข็งแกร่ง
สุดีร์มาน มามาน รัสดี ประธานสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อิเหนากล่าวว่า อินโดนีเซีย ต้องพัฒนาถนนหนทาง การไฟฟ้า ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อดึงดูดนักลงทุนเข้าประเทศ ซึ่งเวลานี้เป็นโอกาสของประเทศแล้ว
อย่างไรก็ตามสำหรับ โยอิชิ ยาจิมา ผู้แทนศูนย์สนับสนุนธุรกิจขององค์การค้าภายนอกประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร มีมุมมองที่แตกต่างไปโดยเชื่อว่า จะไม่มีการถอนการลงทุนจากไทยมากนัก เพราะโครงสร้างพื้นฐานในประเทศของไทย และการรวมกลุ่มของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นข้อได้เปรียบ เนื่องจากง่ายต่อการประกอบการของบริษัทต่างๆ
ทั้งนี้ การลงทุนในไทยคิดเป็น 3.2% ของการลงทุนในต่างชาติของญี่ปุ่น ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นลำดับที่ 2 รองจากจีน ซึ่งคิดเป็น 12.6% ในหมู่ชาติเอเชียอื่นๆ ตามข้อมูลจากเครดิต อกรีโคล







