
เข็มทิศตลาดทุน
ถือเป็นสัปดาห์แห่งความปั่นป่วนสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกอีกรอบหนึ่งอย่างแท้จริง
ถือเป็นสัปดาห์แห่งความปั่นป่วนสำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกอีกรอบหนึ่งอย่างแท้จริง
เมื่อกระแสความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศของกรีซและอิตาลี ส่งผลกระเทือนถึงมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของสหภาพยุโรป (อียู) โดยรวม จนทำให้นักลงทุนในตลาดทุนทั่วโลกเกิดความสับสนทั่วหน้าถึงอนาคตของสกุลเงินยูโร
อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนโลกเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางบวกมากขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ เมื่อสถานการณ์การเมืองของทั้งกรีซและอิตาลีกลับมามีเสถียรภาพมั่นคงขึ้นอีกครั้ง โดยกรีซได้ ลูคัส ปาปาเดมอส นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ขณะที่อิตาลีได้รัฐบาลชุดใหม่นำโดย มาริโอ มอนติ นักเศรษฐศาสตร์และอดีตคณะกรรมาธิการยุโรปขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นหลักๆ ในเอเชียส่วนใหญ่ต่างปรับตัวขึ้นกันทั่วหน้า โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.16% หรือ 13.67 จุด มาอยู่ที่ 8,514.47 จุด ขณะที่ตลาดหุ้นซิดนีย์ของออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 1.23% หรือ 52.4 จุด มาอยู่ที่ 4,296.5
ด้านดัชนีคอมโพสิตของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 2.77% มาอยู่ที่ 1,863.45 จุด หลังจากที่ปรับตัวลดลงไปเกือบ 5% ก่อนหน้านี้ ส่วนดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงเพิ่มขึ้น 0.74% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนเพิ่มขึ้น 2,481.08 จุด
ตลาดหุ้นในยุโรปดัชนีแดกซ์ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 5,922 จุด ขณะที่ซีเอซี40 ของฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 3,086 จุด และดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.5% มาอยู่ที่ 5,472 จุด
ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่มีการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากเป็นวันหยุดทหารผ่านศึก โดยดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.5% อยู่ที่ 11,098 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่ม 0.6% มาอยู่ที่ 1,245 จุด
สำหรับราคาน้ำมันในตลาดเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากความผ่อนคลายจากวิกฤตการเมืองในกรีซและอิตาลี โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค. ในตลาดสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ มาอยู่ที่ 98.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค.
แม้ตลาดทุนทั่วโลกจะผ่อนคลาย แต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น โดยนักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนยังคงรอดูและจับตามองความคืบหน้าแผนแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะและปฏิรูปเศรษฐกิจของผู้นำคนใหม่ของทั้งกรีซและอิตาลี ว่ามีประสิทธิภาพและได้ผลดีเพียงไร







