
สื่อเทศชี้แผนจัดการน้ำทำคนไทยทะเลาะกัน
สื่อต่างชาติตีข่าวแผนจัดการน้ำของรัฐบาลทำคนไทยเขม่นกันเอง เหตุให้พื้นที่รอบนอกรับน้ำแทนกทม.ชั้นใน
สื่อต่างชาติตีข่าวแผนจัดการน้ำของรัฐบาลทำคนไทยเขม่นกันเอง เหตุให้พื้นที่รอบนอกรับน้ำแทนกทม.ชั้นใน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า กระแสความไม่พอใจของประชาชนที่ถูกนํ้าท่วมในกรุงเทพฯได้โหมกระพือมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนเริ่มมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากแผนการบริหารจัดการนํ้าท่วมของรัฐบาลในขณะนี้ ที่มีการผันนํ้าออกรอบนอกเพื่อไม่ให้เข้าไปท่วมในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ จึงทำให้พื้นที่รอบนอกของกรุงเทพฯต้องรับนํ้าเหล่านั้นแทน
ทั้งนี้ รอยเตอร์สระบุว่า เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีของไทยในครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบสำคัญที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติเห็นตรงกันว่าจะสามารถพิสูจน์ความเป็นผู้นำในการบริหารประเทศของนายกรัฐมนตรีมือใหม่อย่างน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรได้ ยิ่งไปกว่านั้น หากนายกรัฐมนตรีสามารถป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมกรุงเทพฯชั้นในได้ ก็จะถือเป็นชัยชนะของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม แผนการของรัฐบาลไทยครั้งนี้ ได้สร้างกระแสความไม่พอใจของชาวกรุงเทพฯที่ต้องเผชิญหน้ากันจนมีสิทธิสั่นคลอนเป้าหมายที่จะรักษากรุงเทพฯชั้นในของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่า พื้นที่เหล่านั้นต้องเสียสละเพื่อรักษาพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ
รายงานของรอยเตอร์ระบุว่า ประชาชนในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯที่ถูกนํ้าท่วมเริ่มมีเสียงบ่นและต่อว่าเจ้าหน้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น หญิงชราวัย 58 ปีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า "ตนยังไม่ได้ความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ถึงแม้ว่าจะมีการติดต่อร้องขอไปหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนเข้าไปให้ความช่วยเหลืออะไรกับตนเลย"
การปล่อยปละละเลยดังกล่าวของรัฐส่งผลให้ประชาชนเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น จนนำไปสู่การลุกฮือขึ้นมาเพื่อบีบบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐเปิดประตูระบาย เพื่อช่วยให้น้ำที่ท่วมขังในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัยลดลง
เมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มมวลชนกว่า 1,000 คนรวมตัวกันเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายนํ้าคลองสามวา เพื่อเปิดทางระบายนํ้าที่ท่วมขังในฝั่งตน ต่อมาก็เกิดเหตุชุลมุนขึ้นระหว่างกลุ่มมวลชนส่วนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลประตูกันนํ้า จนทำให้รัฐบาลตัดสินใจยอมทำตามข้อเรียกร้องของประชาชนในพื้นที่ ในขณะที่กรุงเทพฯไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของรัฐบาลต่อการเปิดประตูระบายนำดังกล่าว เนื่องจากจำเป็นต้องรักษาผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่มากกว่าความต้องการของคนส่วนน้อย







