
จีนยื่นมือช่วยยูโรโซนขยาย‘กองทุน’แก้หนี้
จีนยอมยื่นมือช่วยกู้วิกฤตหนี้ยูโรโซน ด้านคลังกรีซเสนอแผนคืนเงินแลกแฮร์คัตหนี้ 50%
จีนยอมยื่นมือช่วยกู้วิกฤตหนี้ยูโรโซน ด้านคลังกรีซเสนอแผนคืนเงินแลกแฮร์คัตหนี้ 50%
เอเอฟพีรายงานอ้างนักการทูตอาวุโสของสหภาพยุโรป 2 ราย ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปนัดฉุกเฉิน ซึ่งมีขึ้นในวันที่ 26 ต.ค. ว่า จีนตกลงที่จะเข้าลงทุนในกองทุนรักษาเสถียรภาพทางการเงิน (อีเอฟเอสเอฟ) ผ่านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แล้ว
รายงานระบุว่า ในขณะนี้มีเพียงจีนประเทศเดียวเท่านั้นในกลุ่มบริกส์ หรือกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ 5 ชาติ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย แอฟริกาใต้ และจีน ที่ได้ตอบตกลงเข้าช่วยเพิ่มทุนในกองทุนดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ผู้นำยูโรโซนได้พยายามเรียกร้องให้จีน บราซิล และประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อื่นๆ ให้การช่วยเหลือเพิ่มขนาดกองทุนอีเอฟเอสเอฟเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นตลาดให้ได้อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจีนพยายามเสนอความช่วยเหลือแก้วิกฤตหนี้ของกลุ่มสหภาพยุโรปซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของจีนมาโดยตลอด เนื่องจากจีนต้องการเพิ่มมูลค่าการลงทุนและกระตุ้นให้เกิดความต้องการสินค้าจีนมากขึ้นในยุโรปด้วย
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังคงไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนของจีนในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะสรุปเป็นลายลักษณ์อักษรในการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรปนัดฉุกเฉิน ซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 26 ต.ค.
ขณะเดียวกัน เคลาส์ เรกลิง ประธานกรรมการบริหารกองทุนอีเอฟเอสเอฟ เตรียมเดินทางไปกรุงปักกิ่งของจีนในวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. และเดินทางต่อไปยังกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นในสุดสัปดาห์นี้ โดยก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นกล่าวว่าพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มเติมในกองทุนอีเอฟเอสเอฟหากจำเป็น ภายหลังจากญี่ปุ่นได้เข้าซื้อพันธบัตรที่ออกโดยกองทุนอีเอฟเอสเอฟแล้วในสัดส่วน 20% เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ในยุโรปซึ่งถือครองพันธบัตรรัฐบาลกรีซ ส่งสัญญาณว่าจะยอมตกลงที่จะยอมรับการปรับลดมูลค่าพันธบัตรลง 50% แลกกับข้อเสนอการลงทุนครั้งใหม่จากรัฐบาลกรีซ
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวระบุว่า อีวานเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังกรีซ ได้เสนอส่วนลดการลงทุนให้กับธนาคารและสถาบันทางการเงินด้วย การคืนเงินสด 15 ยูโรให้กับการลงทุน ทุกๆ 100 ยูโร พร้อมกันนี้ จะเสนอให้คูปองบอนด์ระยะ 30 ปี มูลค่า 35 ยูโร ที่อัตราดอกเบี้ย 6% สำหรับการลงทุนทุกๆ 100 ยูโรอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า เยอรมนี ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ยังคงกดดันให้มีการปรับลดมูลค่าพันธบัตรลงมากกว่านั้นที่ 60% ทีเดียว
ทั้งนี้ คาดว่าข้อตกลงการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการปรับลดมูลค่าพันธบัตรและแผนการคืนผลตอบแทนดังกล่าวน่าจะได้ข้อสรุปในการประชุมสุดยอดผู้นำอียูในวันที่ 26 ต.ค.







