
มนุษยธรรมต้องมาก่อน
ปีนี้เป็นปีที่เกิดเหตุภัยพิบัติจากธรรมชาติร้ายแรงมากอีกปีหนึ่งก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็มีทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
ปีนี้เป็นปีที่เกิดเหตุภัยพิบัติจากธรรมชาติร้ายแรงมากอีกปีหนึ่งก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาก็มีทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
แผ่นดินไหวครั้งรุนแรง และตามมาด้วยคลื่นยักษ์สึนามิที่เมืองเซนได ของญี่ปุ่น เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในไทย และประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมาก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในตุรกี โดยคาดว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1,000 คน
ภายหลังเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ เหล่านี้ก็เป็นธรรมดาที่นานาประเทศจะมีการแสดงความเห็นอกเห็นใจหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กันและกัน โดยล่าสุดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ตุรกี ทางสหรัฐและยุโรปได้ส่งหน่วยกู้ภัยและบรรเทาทุกข์เพื่อเข้าไปให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม
สำนักข่าวรอยเตอร์สให้ความเห็นว่า ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของสหรัฐและยุโรปที่ได้รีบส่งความช่วยเหลือไปยังตุรกีโดยไม่ชักช้า เพราะการแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของชาวมุสลิมที่มีต่อชาวตะวันตกให้ดียิ่งขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สก็สะกิดเตือนให้สหรัฐและยุโรปทราบว่าในบรรดาประเทศโลกมุสลิมทั้งหลายยังมีความรู้สึกว่าการช่วยเหลือที่มาจากตะวันตกนั้นดูจะให้ความสำคัญกับคนที่เป็นชาวมุสลิมน้อยกว่าคนเชื้อชาติศาสนาอื่นๆ
ทั้งนี้ หากเอาความช่วยเหลือที่ทางสหรัฐเคยส่งไปให้ปากีสถาน หลังจากภัยพิบัติน้ำท่วมในปีที่แล้ว ไปเทียบกันกับปริมาณความช่วยเหลือที่สหรัฐให้กับเฮติหลังจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่แล้ว ก็จะพบว่าความช่วยเหลือที่สหรัฐมอบให้เฮตินั้นมีปริมาณเยอะกว่าที่ให้กับปากีสถานหลายเท่าตัว ทั้งๆ ที่ความเสียหายก็พอๆ กัน
ไม่ว่าเรื่องดังกล่าวจะมีสาเหตุอะไรอยู่เบื้องหลังก็ตาม แต่รอยเตอร์สให้คำแนะนำว่า การส่งความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมไม่ควรเอาเรื่องเงื่อนไขทางการเมืองหรือความขัดแย้ง อคติทางเชื้อชาติศาสนา มาเป็นตัวตัดสินในการส่งความช่วยเหลือไปให้







