
ผู้นำเยอรมนีกับแรงบีบทั้งในและนอก
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับความเสียหายครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่เกิดจากอุทกภัย
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับความเสียหายครั้งใหญ่ของประเทศไทยที่เกิดจากอุทกภัย
โดย..รวิภาส กล่ำทวี
ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แต่สามารถบริหารจัดการได้ ผู้เขียนขอเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนให้มีกำลังใจต่อสู้กับความเดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งใหญ่และขอเอาใจช่วยรัฐบาลให้รวบรวมสรรพกำลังจากทุกหน่วยงานเข้าให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่
ผู้เขียนอยากจะฝากผ่านท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า ขณะที่กำลังดำเนินมาตรการให้การช่วยเหลือในสภาวะปัจจุบัน ท่านต้องไม่ลืมที่จะจัดเตรียมแผนการเยียวยาและฟื้นฟูสถานการณ์บ้านเมืองหลังน้ำลดด้วย เนื่องจากขณะนี้ที่ปรากฏในภาพข่าวทางสื่อต่างๆ ประชาชนเริ่มหันมาทะเลาะเบาะแว้งกันเองแล้วตามพื้นที่ต่างๆ และอีกประเด็นที่สำคัญมากที่สุดก็คือ รัฐบาลควรเริ่มพิจารณาสร้างแผนแม่บทในการป้องกันและบริหารจัดการปัญหาน้ำท่วมแบบเป็นระบบในระยะยาว เนื่องจากการดำเนินการแบบเห็นปัญหาแล้วค่อยว่ากันหรือเพียงแต่การแจกสิ่งของและปัจจัยให้แก่ผู้ประสบภัยคงจะเป็นเพียงทางออกในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นเท่านั้น
ขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เรียกว่า “อุทกภัย” หลายประเทศในยุโรปเขาก็ต่างกำลังประสบกับปัญหาที่ใหญ่ไม่น้อยไปกว่าเรา ซึ่งก็คือปัญหาเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเงิน หรือปัญหาที่เกิดจากสภาวะหนี้สินในภาครัฐมีมากล้นพ้นตัวจนถึงขั้นถ้าปล่อยปละละเลยไปเรื่อยๆ บางประเทศในยุโรป เช่น กรีซ อาจจะไม่มีเงินใช้หนี้แล้วยังจะไม่มีเม็ดเงินมาบริหารประเทศได้ต่อไปและจะนำมาซึ่งความเดือดร้อนต่อประชาชนทุกหย่อมหญ้าได้ในที่สุด
ปัญหาวิกฤตการณ์ทางการเงินในยุโรป หลายท่านอาจจะมองไม่ออกว่ามันเกี่ยวข้องกับประเทศอื่นๆ ได้อย่างไร สิ่งที่มันเกี่ยวข้องมีหลายประการ เช่น เงินลงทุนของประเทศต่างๆ ที่เกิดจากการซื้อขายพันธบัตรกรีซเป็นจำนวนมหาศาลอาจสูญหายไปจากระบบ เมื่อบรรดาประเทศต่างๆ ที่นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ของกรีซไม่ได้เงินคืน ความเสียหายทางเศรษฐกิจจะเชื่อมโยงไปสู่ภาคส่วนอื่นๆ เช่น การค้าและการลงทุน จนอาจนำไปสู่ภัยพิบัติครั้งยิ่งใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกอีกก็เป็นได้
สำหรับในทวีปเอเชีย จีนได้รับผลกระทบแล้วจากปัญหาการเงินในยุโรป กลุ่มประเทศในยุโรปถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีนมีมูลค่าการค้าระหว่างกันต่อปีมากเกือบ 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากต้นปีนี้มาจนถึงปัจจุบันปริมาณคำสั่งซื้อสินค้าของจีนจากยุโรปหดหายไปเกือบครึ่งของปริมาณที่เคยสั่งซื้อ ทั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปไม่มีเงิน ยังไม่นับรวมสหรัฐที่เป็นคู่ค้าระดับยักษ์ใหญ่ของยุโรปกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน
มีประเทศเดียวในยุโรปที่ถือว่าเป็นประเทศที่มีพื้นฐานโครงสร้างทางด้านเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากที่สุด และได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเงินน้อยที่สุดนั่นก็คือ เยอรมนีที่มีประชากรว่า 80 ล้านคน มีผู้นำหญิงเหล็กเป็นนายกรัฐมนตรีชื่อก้องโลกที่ชื่อว่า แองเจลา แมร์เคิล ถามว่าทำไมประเทศเยอรมนีถึงยังสามารถคงสถานะความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจไว้ได้ ผู้เขียนเคยเขียนไปแล้วก่อนหน้าถึงวิธีการสร้างความก้าวหน้าและเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจของเยอรมนี บางท่านอาจจะถามต่อว่าเมื่อเยอรมนียังแข็งแรงอยู่แล้วทำไมไม่ช่วยประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันที่กำลังมีปัญหา คำตอบอาจจะคิดได้ง่ายแต่แท้ที่จริงแล้วในเชิงปฏิบัติกลับไม่ง่ายเหมือนคิด
ในข้อเท็จจริงแล้วเราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า แมร์เคิลมีเจตนาและความพยายามให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาด้านการเงินให้แก่หลายประเทศที่กำลังมีปัญหาไม่ว่าจะเป็น กรีซ ไอร์แลนด์ โปรตุเกส อิตาลี และสเปน อย่างเต็มที่แต่ในทางปฏิบัติกลับมีข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านการเมืองภายในของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลของแมร์เคิลเองและประชาชนภายในประเทศเยอรมนีเอง ซึ่งถือเป็นแรงกดดันครั้งใหญ่ที่แมร์เคิลไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้
เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พรรคร่วมรัฐบาลของแมร์เคิลพ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปให้แก่พรรคฝ่ายค้าน และหนึ่งในประเด็นที่ทำให้แพ้การเลือกตั้งก็เกิดจากการที่ประชาชนเยอรมันไม่เห็นด้วยกับความพยายามของแมร์เคิลที่จะนำเงินของคนเยอรมันไปช่วยเหลือประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วยกันที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน คนเยอรมันถือว่าพวกเขาเป็นคนขยัน อดทนและอดออม และมีความฉลาดในการทำงาน และพวกเขาก็ประณามคนในยุโรปใต้ไม่ว่าจะเป็นพวกกรีซ อิตาเลียนหรือแม้กระทั่งพวกสแปนนิชว่าเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาวและใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่ดูขีดความสามารถการหาเงินของตนเองจนทำให้เป็นหนี้เป็นสิน
ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งที่แมร์เคิลกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ได้แก่ การที่รัฐสภาของเยอรมนีไม่ให้อำนาจเด็ดขาดแก่แมร์เคิลในการตัดสินใจช่วยเหลือประเทศที่กำลังมีปัญหาทางการเงิน โดยให้อำนาจดังกล่าวมาอยู่กับมติของที่ประชุมสภา ข้อจำกัดนี้ก็ทำให้แมร์เคิลขาดความเป็นผู้นำในเชิงของการตัดสินใจทางการเมืองไปอักโขอยู่
ปัญหาสำคัญที่สุด ได้แก่ ส่วนใหญ่แล้วประเทศยุโรปเป็นประเทศที่เยอรมนีต้องพึ่งพา เพื่อเป็นตลาดขายสินค้าของเยอรมนีมานานนับตั้งแต่มีการรวมเยอรมนีเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อปี ค.ศ. 1990 รายได้จำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศเยอรมนีมาจากการขายสินค้าให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป ดังนั้น ถ้าแมร์เคิลไม่ทำอะไรเลยเยอรมนีก็สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียตลาดการค้าของตนเองไปให้ประเทศอื่นๆ เช่น จีน ก็เป็นได้
ที่กล่าวมาทั้งหมดต้องการจะบอกว่าผู้นำประเทศต้องบริหารแรงกดดันให้ได้ทั้งจากภายในและนอก มิฉะนั้นแล้วโอกาสจะอยู่ยาวๆ คงจะยาก







