
ช่วยตัวเอง
นาทีนี้ข่าวอะไรก็คงไม่สำคัญมากไปกว่าปัญหาน้ำท่วมใหญ่
นาทีนี้ข่าวอะไรก็คงไม่สำคัญมากไปกว่าปัญหาน้ำท่วมใหญ่
โดย..นันทิยา วรเพรายุทธ
ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นภัยพิบัติระดับชาติไปแล้ว โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง จนต้องมีการระบายปล่อยน้ำเข้ากรุงเทพฯ
ในอีกหลายประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียด้วยกันนั้น อุทกภัยน้ำท่วม ก็ถือเป็นปัญหาใหญ่และเป็นข่าวใหญ่เหมือนๆ กัน ในฤดูมรสุมแบบนี้ เช่นในปากีสถาน
แต่ถ้าสังเกตดูจากในข่าวจะเห็นความต่างอย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือผู้บริจาค
ในปากีสถานนั้น สถานการณ์น้ำท่วมถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด (รองจากภัยก่อการร้าย) ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ หลังจากเมื่อปีที่แล้วน้ำท่วมใหญ่ปากีสถานติดชื่อเป็น 1 ใน 10 ภัยธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดของโลกประจำปี 2553 และน้ำท่วมก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่อีกครั้งในปีนี้
ปัญหาที่เกิดขึ้นหลายครั้งสะท้อนให้เห็นว่าปากีสถานยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ จึงนำไปสู่ความช่วยเหลือจากหน่วยงานระหว่างประเทศจำนวนมาก ทั้งในด้านเงินบริจาค การบรรเทาทุกข์ และความช่วยเหลือทางเทคโนโลยี
ล่าสุด ญี่ปุ่นได้บริจาคระบบเตือนภัยอันทันสมัยเพื่อช่วยให้ปากีสถานสามารถแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม เพื่ออพยพประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ขณะที่สหประชาชาติก็ได้ออกโครงการช่วยปากีสถานให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติ โดยเริ่มแล้วในหลายเมืองทั่วประเทศ และยังช่วยให้โรงเรียน 216 แห่ง และโรงพยาบาล 23 แห่งทั่วประเทศ ปรับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ท่ามกลางยอดผู้บริจาคนานาชาติที่ให้ปากีสถานแล้ว 150 ล้านเหรียญสหรัฐ จากที่ร้องขอไป 357 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทว่าเมื่อหันมาดูในประเทศไทย จะพบว่าเราไม่ได้รับความสนใจของนานาชาติในแบบเดียวกัน โดยเฉพาะในสายตาของชาวต่างชาติที่รู้จักแบงค็อกและภูเก็ต และรู้สึกว่าเมืองไทยไม่ได้ยากจนเท่าปากีสถาน ส่วนธนาคารโลกก็เพิ่งจะยกระดับประเทศไทยให้เป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวจากในระดับปานกลางระดับล่างขึ้นเป็นระดับปานกลางระดับสูง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวดีขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ขณะที่สื่อก็รายงานถึงน้ำใจคนไทยด้วยกันเองที่หลั่งไหลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นจุดที่ดีที่สุดของคนไทย
แต่ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยไม่ได้รับการบริจาคเพื่อช่วยเหลือภัยธรรมชาติเหมือนกับประเทศอื่นๆ ทั้งที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจอยู่ในขั้นรุนแรง
ขณะที่่เราภูมิใจกับการยกระดับประเทศที่ดีขึ้นในหลายด้าน ก็อาจต้องยอมรับด้วยว่าเราไม่ได้อยู่ในสถานะที่ใครจะเข้ามาช่วยเหลือเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป







