
2พี่เบิ้มอียูโดดป้องแบงก์ยุโรป
ผู้นำฝรั่งเศสเร่งหารือเยอรมนีถกแผนเพิ่มทุนกันธนาคารล้ม
ผู้นำฝรั่งเศสเร่งหารือเยอรมนีถกแผนเพิ่มทุนกันธนาคารล้ม
ผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสหารือเพิ่มทุนธนาคารยุโรป ด้านบอร์ดธนาคารเด็กเซียประชุมเตรียมบรรลุข้อตกลงแตกกิจการ
ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส พบนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี เพื่อหารือเรื่องแผนเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในยุโรป หลังธนาคารหลายแห่งต้องเผชิญกับปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนักและเสี่ยงที่จะล้ม เนื่องจากมีเงินทุนไม่เพียงพอที่จะรับมือกับผลกระทบหากกรีซเป็นหนี้เสีย
ทั้งนี้ ยุโรปกำลังเร่งการร่างแผนเพิ่มทุนธนาคารที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตหนี้กรีซ โดยธนาคารหลายแห่งถือครองพันธบัตรกรีซจำนวนมาก และอาจมีเงินทุนไม่เพียงพอหากต้องยอมลดหนี้ให้กรีซมากถึง 50% ซึ่งสูงกว่าที่เคยตกลงไว้ที่ 21%
นอกจากนี้ ธนาคารหลายแห่งกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนักภายหลังนักลงทุนแห่ขนเงินหนี โดยในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา กองทุนขนาดใหญ่ของสหรัฐได้ถอนเงินออกจากธนาคารพาณิชย์ทั่วยุโรปราว 27%
ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ผู้นำทั้งสองจะหารือเรื่องการป้องกันการลุกลามของวิกฤตหนี้ และเรื่องวิกฤตของธนาคารเด็กเซีย ธนาคารร่วมทุนระหว่างฝรั่งเศสและเบลเยียม ซึ่งเป็นธนาคารยุโรปรายแรกที่ตกเป็นเหยื่อจากพิษวิกฤตหนี้ยูโรโซนจนภาครัฐต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
สถานการณ์เลวร้ายของธนาคาร ส่งผลให้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นของธนาคารร่วงหนักถึง 42% เหตุจากนักลงทุนแห่เทขายหุ้น เพราะหวั่นเกรงว่าทางธนาคารที่ต้องแบกรับพันธบัตรกรีซมากถึง 3,400 ล้านยูโร จะเอาตัวไม่รอดหากกรีซผิดชำระหนี้
ด้านทีมผู้บริหารของธนาคารเด็กเซียได้ประชุมร่วมกันเพื่อสรุปแผนแตกกิจการของธนาคาร โดยหลายฝ่ายคาดว่า รัฐบาลเบลเยียมจะโอนกิจการเด็กเซียทั้งหมดให้เป็นของรัฐ และนำสินทรัพย์ดีออกขาย
ขณะที่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งรวมถึงพันธบัตรกรีซและพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่นๆ ในยูโรโซน จะถูกย้ายเข้าสู่ “แบดแบงก์” หรือธนาคารที่รัฐจัดตั้งขึ้นเพื่อรับโอนสินทรัพย์ที่มีปัญหา
นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า วิกฤตหนี้ยุโรปในครั้งนี้กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคส่งออกของจีนจนนักวิเคราะห์ออกโรงเตือนว่า อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างหนักจนเข้าสู่ภาวะถดถอย
เศรษฐกิจจีนที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักกำลังได้รับผลกระทบจากความต้องการสินค้าที่ลดลงมากกว่า 50% ในตลาดยุโรป ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของจีน โดยคิดเป็นมูลค่าราว 3.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จนส่งผลให้กิจการหลายแห่งของจีนอาจต้องปลดพนักงานออกจำนวนมาก







