posttoday
กว่าจะมีวันนี้..

กว่าจะมีวันนี้..

09 ตุลาคม 2554

ความสำเร็จในการยิงยานอวกาศเทียนกง หมายเลข 1 ขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นชาวจีนทั้งประเทศชื่นชมผลงานด้านอวกาศอย่างเต็มภาคภูมิ

ความสำเร็จในการยิงยานอวกาศเทียนกง หมายเลข 1 ขึ้นสู่ท้องฟ้าเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นชาวจีนทั้งประเทศชื่นชมผลงานด้านอวกาศอย่างเต็มภาคภูมิ

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะการส่งยานอวกาศซึ่งมีภารกิจนานัปการ เช่น ทดลองวิถีการบินเพื่อเชื่อมต่อและประกอบยานอวกาศ ยกระดับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อและประกอบยานอวกาศ สร้างฐานทดลองที่นักบินอวกาศสามารถปฏิบัติงานได้และยานอวกาศสามารถโคจรเป็นเส้นทางระยะยาวได้ในกรณีที่ปราศจากนักบินอวกาศ สั่งสมประสบการณ์ด้านการวิจัยและสร้างสถานีอวกาศ และดำเนินการทดลองด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ การแพทย์ และเทคโนโลยีอวกาศขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสวยสดงดงามเฉกเช่นมหาอำนาจทางอวกาศชาติอื่นๆ ของโลก ถือเป็นเรื่องที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ในวันนี้ วงการอวกาศจีนก็สามารถทำได้

กว่าจะมีวันนี้..

 

ขณะที่ประเทศจีนกำลังดีอกดีใจกับความสำเร็จในการส่งดาวเทียมดวงแรกที่มีชื่อว่าตงฟาง หมายเลข 1 ออกนอกโลกอยู่นั้น มหาอำนาจอย่างสหรัฐและรัสเซียก็กำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดในการคิดค้นเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อส่งยานอวกาศออกนอกโลก เมื่อนำมาเทียบกันแล้ว ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ช้ากว่ากันหลายย่างก้าวนัก

หลังปี ค.ศ. 1971 การที่โครงการ 714 ซึ่งเป็นโครงการส่งมนุษย์ไปในอวกาศผ่านความเห็นชอบจากทางรัฐบาล ถือเป็นเรื่องฮือฮาสำหรับวงการอวกาศจีนมาก แต่เนื่องจากประสบปัญหาทางเทคนิค ปัญหามาตรฐานอุตสาหกรรมและปัญหาทางการเงิน ทำให้โครงการดังกล่าวไปไม่ถึงดวงดาวเสียที

ยุคนั้น นายกรัฐมนตรี โจวเอินไหล แสดงจุดยืนในการไม่ทำตัวเป็นคู่แข่งกับชาติมหาอำนาจในเรื่องการสร้างยานอวกาศ แต่เบนเข็มมาที่การสร้างดาวเทียมสำหรับใช้งานที่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพอากาศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นปัญหาที่ชาวจีนกำลังเผชิญอยู่ ส่งผลให้โครงการ 714 ต้องพับไป

ในช่วงปี ค.ศ.1986 ประเทศจีนส่งดาวเทียมออกนอกโลกจำนวนไม่น้อย และเป็นช่วงที่เศรษฐกิจพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีชั้นสูงชนิดใหม่ๆ ของโลกก็พัฒนาไปตามความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงของจีนอย่าง หวังกั้นชัง หวางต้าเหิง หยางเจียซี เฉินฟางอวิ่น รวมชื่อกันแสดงความเห็นใหม่ๆ เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงลงในจดหมายฉบับหนึ่ง เพื่อให้จีนมีเงื่อนไขที่สามารถลงมือผลิตยานอวกาศได้ แนวคิดที่บุคคลเหล่านี้เสนอน่าสนใจหลายประการ เช่น ใครสามารถตัดสินใจทิศทางการพัฒนาในปัจจุบัน ย่อมเป็นผู้ได้เปรียบในการแข่งขัน เทคโนโลยีชั้นสูงชนิดใหม่ๆ ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน หากต้องการประสบความสำเร็จ จักต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจ เวลา และการกำหนดโครงการขนาดใหญ่เท่านั้น จึงสามารถรวบรวมบุคลากรได้

หลังจากจดหมายฉบับนี้ส่งถึงมือ เติ้งเสี่ยวผิง ท่านก็รีบสั่งการให้วางแผนโครงการพัฒนาและวิจัยเทคโนโลยีชั้นสูง หรือเรียกย่อๆ ว่า โครงการ 863 ทันที การส่งมนุษย์อวกาศไปพร้อมกับยานอวกาศถือเป็นหนึ่งในโครงการขนาดใหญ่ และแล้วโครงการดังกล่าวก็เริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ค.ศ. 1992 แน่นอนว่า สถานที่ที่อยู่คู่วงการอวกาศจีนที่ต้องหยิบยกมากล่าวถึงคือ ฐานยิงจรวดพื้นที่โล่งที่ไกลสุดลูกหูลูกตา

เดิมทีประเทศจีนมีฐานยิงจรวดด้วยกัน 3 แห่ง ประกอบด้วยฐานยิงจรวดจิ่วเฉวียน ฐานยิงจรวดไท่หยวน และฐานยิงจรวดซีชัง แต่หลังจากวันที่ 14 ก.ย. ค.ศ. 2009 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้สร้างฐานยิงจรวดเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่เมืองเหวินชัง มณฑลไหหลำ คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในปี ค.ศ. 2013 เมื่อเป็นเช่นนี้ ในอนาคตประเทศจีนก็จะมีฐานยิงจรวดที่มีศักยภาพในการใช้งานที่แตกต่างกันไป รวมทั้งสิ้น 4 แห่ง

ในบรรดาฐานยิงจรวดที่สำคัญของจีน ฐานยิงจรวดจิ่วเฉวียนถือว่ามีความโดดเด่นที่สุด สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองจิ่วเฉวียนในเขตมณฑลกานซู่ ห่างจากเมืองจิ่วเฉวียนราว 300 กิโลเมตร ด้านตะวันตกติดภูเขา ด้านตะวันออกอยู่ใกล้แม่น้ำ เป็นทำเลทองที่นายพลเนี่ยหรงเจินผู้มีอำนาจในยุคนั้นเป็นผู้เลือกกับมือ จัดเป็นพื้นที่สีเขียวบนทะเลทรายโกบี คนจำนวนมากมักเข้าใจว่าฐานยิงจรวดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองจิ่วเฉวียน ในมณฑลกานซู่ ความจริงแล้วตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเอ๋อจี้น่าฉี ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน

กว่าจะมีวันนี้..

 

การนำชื่อ “จิ่วเฉวียน” มาใช้เป็นชื่อเรียกของฐานยิงจรวดแห่งนี้ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ กล่าวคือประเทศต่างๆ ที่ทำการทดลองเกี่ยวกับการยิงดาวเทียมหรือจรวดในยุคนั้นต่างปกปิดชื่อของฐานที่มั่นทั้งสิ้น อีกทั้งการเลือกสถานที่ปล่อยจรวดยังต้องเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งและมีอาณาบริเวณกว้าง ทำให้ยากที่จะเลือกใช้สถานที่ที่มีชื่อเสียง ด้วยเหตุที่บริเวณไม่ไกลจากฐานยิงจรวดแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเมืองจิ่วเฉวียนซึ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้เรื่อยมา

ฐานยิงจรวดจิ่วเฉวียนสร้างขึ้นครั้งแรกในเดือน ต.ค. ค.ศ. 1958 อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร มีพื้นที่ราว 2,800 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ราบที่ไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดทั้งปีอยู่ที่ระดับ 8.5 องศาเซลเซียส ความชื้น 35-55% อากาศแห้งแล้งตลอดปี มีฝนตกประปราย ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงค่อนข้างสั้น แต่มีฤดูร้อนและฤดูหนาวที่ค่อนข้างยาวนาน ท้องฟ้าโปร่งใส มีเมฆน้อย ระยะเวลาแสงอาทิตย์สาดส่องนาน ถึงแม้จะเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะแก่การดำรงชีวิตนัก แต่กลับเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นฐานยิงจรวด เพราะสามารถทดลองได้ทุกๆ 30 วัน

เมืองแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เมืองอวกาศตงฟง” ที่มาของชื่อเรียกนี้เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในลักษณะพิเศษของหน่วยบัญชาการกองทัพบก โดยในช่วงทศวรรษที่ 60 มีการใช้คำว่า “ตงเฟิง” เป็นรหัสลับในการส่งสารผ่านโทรศัพท์ทางไกลระหว่างฐานที่มั่นแห่งนี้กับหน่วยงานสูงสุด 3 แห่งของปักกิ่ง และนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ค.ศ. 1992 เมื่อประธานาธิบดีเจียงเจ๋อหมินผู้นำประเทศในขณะนั้นเขียนคำว่า “เมืองอวกาศตงเฟิง” ผู้คนจึงเรียกเมืองแห่งนี้ด้วยชื่อดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

หลายสิบปีมานี้ มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันพร้อมเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของบรรดานักวิจัยจำนวนมาก นอกจากจะเป็นที่ตั้งของฐานการยิงจรวดและดาวเทียมที่สำคัญของจีนแล้ว สภาพเมืองโดยทั่วไปไม่ค่อยแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ของจีนนัก เพราะเมื่อคุณได้เดินไปตามถนนเส้นต่างๆ จะรู้สึกเหมือนเข้าไปยังเมืองที่เต็มไปด้วยความศิวิไลซ์แห่งหนึ่ง ชื่อเรียกสถานที่ล้วนมีเอกลักษณ์ทั้งสิ้น เช่น ถนนอวกาศ ถนนจักรวาล ถนนหลิวแดง เป็นต้น

ตลอดระยะเวลา 53 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ยิงจรวดจิ่วเฉวียนปล่อยดาวเทียม 47 ลูก และยานอวกาศ 7 ลำออกสู่นอกโลก สรรค์สร้างสถิติหลายต่อหลายอย่าง เช่น ดาวเทียมที่มนุษย์สร้างดวงแรกของจีน ยานอวกาศที่ไม่มีนักบินลำแรก เป็นต้น ล้วนแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางด้านอวกาศของจีนที่เริ่มจากความว่างเปล่ามาเป็นการมีวัตถุเป็นชิ้นเป็นอัน เริ่มจากขอบข่ายขนาดเล็กขยายจนมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีทีท่าว่าจะพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

เพราะความสำเร็จมักเป็นรางวัลแห่งความพากเพียร  

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย