
โตเกียว เทรนดี้ ปี3 ตอนที่5
ในบรรดา 4 ฟากของย่านชิโมะคิตะซาวะ ผมชอบชิโมะคิตะฝั่งเหนือ (Shimokita North) มากเป็นพิเศษ
ในบรรดา 4 ฟากของย่านชิโมะคิตะซาวะ ผมชอบชิโมะคิตะฝั่งเหนือ (Shimokita North) มากเป็นพิเศษ
เพราะเป็นฝั่งที่มีการปะทะกันของวัฒนธรรมดั้งเดิมและวัฒนธรรมใหม่อย่างเห็นได้ชัด ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งตกใจนะครับ ไอ้ที่ผมบอกว่าปะทะกันนั้นมันเป็นแค่การเปรียบเปรย ไม่ได้มีคนรุ่นเก่าไปมีเรื่องมีราวกับร้านรุ่นใหม่แต่อย่างใด กลับกลมกลืนกันดีมีแตกต่างอย่างไม่แตกแยก เดินแล้วเพลินดีครับ แรกๆ ที่ผมเดินเล่นก็ไม่ได้สังเกตจุดนี้ ที่เห็นตอนแรกแล้วรู้สึกแปลกใจก็คือมีร้านทำผมเยอะมาก ผมลองนับดูในระยะที่เดินอยู่ประมาณ 500 เมตรนี่มีร้านทำผมอยู่ประมาณ 10 ร้าน เฉลี่ย 50 เมตรต่อ 1 ร้าน ผมคิดในใจว่ามันต้องมีสาเหตุ เอาไว้ผมได้คำตอบที่ชัดเจนแล้วจะมาเฉลยให้อ่านนะครับ
ผมเดินมาเรื่อยๆ จนมาสะดุดตาเอาที่ร้านขายเสื้อผ้าวัยรุ่นอยู่ร้านนึง จริงๆ ร้านนี้ไม่มีอะไรเด่นมากนัก แต่ที่มันสะดุดตาก็เพราะร้านนี้ดันเปิดอยู่ติดกับร้านขายกระเป๋ารุ่นคุณป้าที่มีตู้กระจกอยู่หน้าร้านและจัดวางกระเป๋าตกแต่งแบบเชยๆ อยู่คู่กับชุดเดรส ผมยืนดูอยู่ตรงหน้าร้านนี้นานพอดู ดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ครับ มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ตอนมองดูร้านกระเป๋ามันให้อารมณ์เหมือนตอนเด็กๆ ที่ชอบไปเดินเล่นแถววังบูรพา แล้วพอกลับมามองที่ร้านเสื้อผ้าก็ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่สยามสแควร์ในปัจจุบัน มันมีความสุขที่ได้ยืนมองอยู่ตรงนั้น มีความสุขที่ได้ระลึกถึงสิ่งเก่าๆ ตรงนี้กระมังครับที่ทำให้ผมหลงรักชิโมะคิตะได้โดยไม่จำเป็น ต้องมีร้านขายของคุ้นตา ผมเดินเรื่อยเปื่อยไปโดยไม่รีบเร่ง แอบมองวิถีชีวิตของคนแถวนั้นไปด้วย เด็กนักเรียนเดินกลับบ้าน คุณพ่อพาลูกออกมาวิ่งเล่น หนุ่มสาวจูงหมาออกมาเดิน คุณลุงคุณป้าช่วยกันจูงจักรยาน ฝรั่งจับกลุ่มกันอยู่หน้าร้านขายข้าวปั้น มันสะท้อนความเป็นชุมชนชานเมืองได้อย่างชัดเจน ใครที่เคยติดใจไดคันยามะหรือนาคะเมะกุโระมาแล้ว ผมแนะนำให้ลองมาเดินย่านนี้ดู รับรองว่าจะชอบครับ
เดินมาอีกสักพักก็มาสะดุดตากับป้าย Shimokita Roll เข้าอย่างจัง สมองสั่งการทันทีว่า “เอ็งต้องเข้าไปชิมให้จงได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางรู้ความแตกต่างกับโรลเค้กของร้าน Jiyugaoka Rollya เป็นแน่” เมื่อสมองผู้เป็นนายสั่ง ร่างกายที่เป็นบ่าวก็เดินเข้าร้านไปอย่างโดยดีและชี้ไปที่โรลเค้กต้นตอของปัญหา จากนั้นก็ลงมือพิสูจน์ เนื้อเค้กของชิโมะคิตะโรลแน่นกว่า ไส้ครีมด้านในก็ให้รสสัมผัสที่หนักกว่า เวลาเคี้ยวมันจึงรู้สึกเต็มปากเต็มคำมากกว่า แต่ผมคิดว่าของ Jiyugaoka Rollya อร่อยกว่านะครับ อาจเป็นเพราะมีแบ็กอัพดีอย่างคุณ Hironobu Tsujiguchi หนึ่งในสุดยอดนักทำขนมของญี่ปุ่นอยู่เบื้องหลัง ก็เลยทำให้ชิโมะคิตะโรลเสียเปรียบ แต่ถึงกระนั้นชิโมะคิตะโรลก็ยังแอบมีดีพอที่จะทำออกมาขายเพียงแค่วันละ 20 แท่งเท่านั้น สนนราคาก็แท่งละ 1,200 เยน ถ้าไม่อยากทานยกแท่งจะซื้อแบบแบ่งเป็นชิ้นก็ได้ ราคาเพียงชิ้นละ 350 เยนเท่านั้น ในระหว่างที่ผมนั่งชิมอยู่นั้นก็มีกลุ่มสาวน้อย (ความสาวเหลือน้อยเต็มที) เข้ามานั่งสั่งโรลเค้กทานกันคนละชิ้นพร้อมกับพูดคุยกันอย่างออกรส ผมนั่งมองดูสาวๆ เหล่านี้ทานกันอย่างเอร็ดอร่อยจนเพลินอยากซื้อกลับแต่ก็กลัวเป็นภาระก็เลยรีบจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านไป ก่อนออกมองเห็นชื่อร้านแวบๆ ว่า Chandon ซึ่งนอกจากจะขายโรลเค้กแล้วก็ยังมีเค้กแบบอื่นๆ รวมทั้งขนม Macaron ไว้เป็นทางเลือกอีกด้วย
เดินต่อจากร้านขนมไปก็ยังเจอร้านที่ไม่คาดหมายอยู่เสมอ ร้านแรกที่ผมสะดุดตาคือร้านขายของเล่นแบบย้อนยุค เป็นร้านเก่าแก่จริงๆ ไม่ได้ทำเลียนแบบของเก่า เพราะดูจากสภาพของร้านที่ผ่านการใช้งานมายาวนานและขาดการบำรุง หน้าร้านยังมีพัดลมดูดอากาศแบบเก่าติดอยู่ด้วย ร้านนี้มีของเล่นจำพวกตุ๊กตาสังกะสีหรือ Tin Toy ขาย มีขนมแบบย้อนยุคหลายๆ อย่างในราคา 10 เยนบ้าง 20 เยนบ้าง ซึ่งคงไปหาที่อื่นไม่ได้แล้ว แต่ที่นี่มีให้ซื้อชิมกันมากมาย และร้านนี้ตั้งอยู่ติดกับร้านรับสักลาย (Tattoo) ชื่อ Shimokitazawa Inks ที่มีลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นวัยรุ่น ถัดไปอีกหน่อยเป็นร้านถ่ายรูปและบริการรับอัดรูปเหมือนที่บ้านเรา แต่ต่างกันตรงที่ของเราตอนนี้เปลี่ยนเป็นยุคดิจิตอลกันเกือบหมดแล้ว แต่ร้านเก่าๆ แบบนี้ยังมีให้เห็นที่ชิโมะคิตะซาวะ เลยขึ้นไปก็เป็นร้านขายอุปกรณ์ในครัวเรือนจำพวกชั้นวางของ ตะกร้าพลาสติก ถ้วยชาม กะละมังถังหม้อ ผมเหลือบไปเห็นชื่อร้านแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้ เพราะป้ายหน้าร้านเขียนเอาไว้ว่า a.m.a. store ดูเผินๆ คงอ่านกันว่า อาม่าสโตร์ แน่ๆ เลย ติดๆ กันเป็นร้านวัสดุจำเป็นในบ้าน ผมหาคำจำกัดความให้ร้านนี้ได้ยากจริงๆ เพราะเท่าที่เห็น มีสินค้าหลายประเภทมาก อาทิ ท่อเหล็ก ท่อพลาสติก ไม้กวาด ที่โกยผง สายยาง ฝักบัว พลั่ว ที่สูบส้วม ที่สูบลม และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้อัดอยู่ในร้านคูหาเดียว
ร้านรวงในย่านชิโมะคิตะฝั่งเหนือนี้ยังมีที่น่าสนใจอีกพอสมควร สัปดาห์หน้าจะพาท่านผู้อ่านไปชมอีกร้านหนึ่งซึ่งธรรมดามากในบ้านเรา แต่ที่นี่เขาเพิ่มมูลค่าของสินค้าได้ดี ทำของธรรมดาให้มีราคาสูงกว่าของคนอื่นได้ โดยสร้างความแตกต่างร้านนี้จะมีอะไรน่าสนใจโปรดติดตามในฉบับหน้าครับ







