
‘ยูโรโซน’ถกชี้ชะตาต่ออายุกรีซวันนี้
8พันล้านยูโรก่อนกลางเดือนกรีซเผยแผนลดข้าราชการ
8พันล้านยูโรก่อนกลางเดือนกรีซเผยแผนลดข้าราชการ
รัฐมนตรีคลังยุโรปหารือกันวันนี้สมควรให้เงินช่วยเหลือชี้เป็นชี้ตายกรีซหรือไม่ กรีซเผยแผนเอาใจเตรียมลดจำนวนข้าราชการลง
รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนเปิดการหารือกันในวันนี้ เพื่อหาข้อตกลงว่าจะให้เงินช่วยเหลือกับกรีซงวดสำคัญที่ 8,000 ล้านยูโร ให้ทันก่อนที่กรีซจะต้องชำระคืนหนี้ครบกำหนดชำระในราวกลางเดือนนี้หรือไม่
การหารือดังกล่าวมีขึ้นที่ลักเซมเบิร์กในเวลา 15.00 น. ตามเวลาที่กรีนวิช หรือประมาณ 20.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการประชุมคือทำความเข้าใจร่วมกัน ว่ากรีซควรจะได้รับเงินช่วยเหลือดังกล่าวหรือไม่ หลังการพิจารณาของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เมื่อเดือนที่แล้วยังเห็นว่ากรีซยังปฏิรูปเศรษฐกิจไม่เพียงพอที่จะได้เงินช่วยเหลือก้อนล่าสุดนี้
การหารือครั้งนี้ยังมีขึ้นหลังจากที่คณะผู้ตรวจของกองทุนไอเอ็มเอฟ และ สหภาพยุโรปเดินทางไปยังกรุงเอเธนส์ และเริ่มการตรวจสอบความคืบหน้าของการปฏิรูปเศรษฐกิจ และการตัดลดปริมาณหนี้สาธารณะของกรีซในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าเป็นที่น่าพอใจหรือไม่
โอลลี เรนห์ ข้าหลวงใหญ่ด้านกิจการการเงินของสหภาพยุโรป จะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดของผลการตรวจสอบดังกล่าว ซึ่งถ้าหากกรีซพลาดไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนนี้ได้ทันกลางเดือนก็จะทำให้กรีซกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด
ด้าน มาเรีย เฟกเตอร์ รัฐมนตรีคลังออสเตรียให้ความเห็นผ่านหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแสดงความเชื่อมั่นว่ากรีซน่าจะได้รับเงินช่วยเหลือก้อนนี้ในที่สุด
“ความน่าจะเป็นก็คือ เงินช่วยเหลือก้อนต่อไป 8,000 ล้านยูโร นั้นจะได้รับการจ่ายให้กับกรีซ แน่นอนว่าโอกาสที่กรีซจะได้รับนั้นมีมากกว่า” เฟกเตอร์ กล่าว
ขณะเดียวกัน เมื่อคืนที่ผ่านมารัฐบาลกรีซได้ เปิดเผยว่า นโยบายรัดเข็มขัดใหม่ล่าสุดก่อนหน้าที่รัฐมนตรีคลังยุโรปจะเปิดการหารือกันขึ้น โดยนายกรัฐมนตรี จอร์เก ปาปันดรู ได้นั่งเป็นประธานในการประชุมรัฐมนตรีนัดฉุกเฉินทีเดียว
ภายใต้แผนดังกล่าว รัฐบาลกรุงเอเธนส์เตรียมที่จะโยกข้าราชการถึง 3 หมื่นตำแหน่งไปอยู่ในส่วน “กองแรงงานสนับสนุนแทน” ซึ่งจะเป็นวิธีแก้ปัญหาจำนวนข้าราชการมากเกินไปนี่เป็นวิธีที่โปร่งใสมากที่สุด
ทั้งนี้ ข้าราชการกรีซจะได้รับการปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การปลดพนักงานเหล่านี้โดยไม่มีเหตุผลจึงไม่สามารถกระทำได้ โดยการโยกพนักงานเหล่านี้ไปอยู่ในส่วนกองแรงงานสนับสนุนดังกล่าว ถือเป็นีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดเนื่องจากอัตราการจ่ายค่าจ้างจะลดลง
ทางด้านคณะผู้ตรวจสอบจากไอเอ็มเอฟและอียูนั้นได้กดดันให้กรีซเร่งแก้ปัญหาจำนวนข้าราชการมากเกินไปอย่างเร่งด่วนที่สุด หลังจากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมารัฐบาลกรีซหลายชุดได้ใช้นโยบายประชานิยมด้วยการเพิ่มการรับข้าราชการทำให้มีจำนวนมากเกินไป







