posttoday
‘รักแท้’ ที่อีฮวาจาง (1)

‘รักแท้’ ที่อีฮวาจาง (1)

02 ตุลาคม 2554

รักแท้ของรัฐบุรุษที่มีต่อประเทศ ย่อมไม่เหมือนรักแท้ของคนธรรมดา

รักแท้ของรัฐบุรุษที่มีต่อประเทศ ย่อมไม่เหมือนรักแท้ของคนธรรมดา

โดย เพียงออ วิไลย

รักแท้ของรัฐบุรุษที่มีต่อประเทศ ย่อมไม่เหมือนรักแท้ของคนธรรมดา เพราะมันยิ่งใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าเนื้อที่ของประเทศเกาหลีที่ถูกแบ่งครึ่ง แต่รักแท้ของสุภาพบุรุษคนเดียวกันนี้ที่มีต่อสตรีคนหนึ่ง ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน...ทว่าถูกบรรจุไว้ภายในหัวใจดวงเล็กเท่ากำปั้นดวงเดียว...

การไปเยือน “แทฮักโน” อีกครั้ง และในทุกครั้งที่ “เชกา” ไปเกาหลี มีเหตุผลสั้นๆ แต่เกินพอว่า ถนนเส้นนี้คือบ้านหลังแรกในเกาหลี แต่คราวนี้กลับแตกต่างในความลึกซึ้งในหัวใจที่อยากจะรู้จักและเยี่ยมชมบ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่งที่เป็นบุคคลสำคัญของเกาหลี... “อีซึงมานภฬฝยธธ” อดีตประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีที่รับภาระความเป็นชาติของประเทศหลังจากหลุดพ้นจากการยึดครองของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กับ “ฟรานเชสกา” สตรีหมายเลข 1 คนแรก ที่ 60 ปีก่อนเป็นเพียงผู้หญิงฝรั่งแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาในประวัติศาสตร์เกาหลี ..

ช่างน่าแปลกใจนักที่ “เชกา” เคยอยู่บริเวณนี้เป็นปี แต่ไม่เคยรู้จัก “อีฮวาจาง ภฬศญภๅ” ... จนกระทั่งวันหนึ่งได้อ่านข้อเขียนถึง “ฟรานเชสกา อี” จึงเกิดความสนใจที่จะตามรอยไปสู่บ้านของประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลี และพบว่าคฤหาสน์ “อีฮวาจาง” หรือคฤหาสน์ “ดอกแพร์บาน” นี้ อยู่ไม่ไกลจากหอพักของนักเรียนทุนรัฐบาลเกาหลีซักเท่าไร ดังนั้นจึงได้ระดมพลคนไทยนักเรียนทุนมาให้เลี้ยงข้าวกลางวันได้หลายคนเสียก่อน จบภารกิจแล้วจึงนัดกับเพื่อนที่เคยเรียนอยู่แถวนี้ เดินลัดเลาะออกมาจากร้านกาแฟแนวฮิป มุ่งหน้าสู่ถนนด้านหลังสวนสาธารณะ “มาโรนี” ผ่านหน้าหอพักนักเรียนทุน และหอพักคณะแพทย์มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่มีป้ายบอกชื่อซอยว่า “อีฮวาจาง ซอย 1 หรืออีฮวาจางอิลคิล ภฬศญภๅ 1 ฑๆ” เดินผ่านบ้านเก่าแก่หลังใหญ่ หลายหลังบำรุงรักษาไว้อย่างดี เพื่ออนุรักษ์บรรยากาศของท้องถิ่น จนกระทั่งมาถึงรั้วบ้านสีอิฐที่ยาวเหยียดขนานไปกับภูเขา ... อ้าว แต่ทำไมยิ่งเดินตามแนวรั้วไปยิ่งฉงน ไม่เจอประตูทางเข้าเสียที จึงตัดสินใจเข้าไปถามสถานีตำรวจ... ตำรวจหญิงใจดีมากค่ะ บอกทางเสร็จเลยได้โอกาสขอเข้าห้องน้ำเสียด้วย ... ห้องน้ำอันแสนสะอาดสถานีตำรวจทุกแห่งพร้อมให้บริการค่ะ

‘รักแท้’ ที่อีฮวาจาง (1)

ในที่สุดซอยที่เราคิดไว้แต่ต้นก็ถูกต้อง เพียงแต่เข้าผิดที่เท่านั้นเอง บ้านเลขที่ 32 อีฮวาจาง ซอย 1 อยู่ข้างหน้า จึงเข้าไปกดกริ่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเปิดประตูรับ...ปัจจุบันบ้านหลังนี้ทายาทได้สร้างให้เป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของอดีตประธานาธิบดี “อีซึงมาน” ซึ่งจัดแสดงชีวิตและผลงานของท่านและภรรยา ... บ้านหลังนี้เปิดให้ประชาชนชมฟรีค่ะ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างใหญ่ จึงมีอาคารก่อสร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมเกาหลีที่สวยงามอยู่หลายหลัง โดยเฉพาะบ้านแบบฮันอกที่เป็นโครงสร้างหินผสมไม้ มีท่อน้ำร้อนทำความอบอุ่นให้แต่ละห้อง... เป็นบ้านเก่าก่อสร้างในช่วงปี ค.ศ. 1920 ซึ่งได้ซื้อต่อมาจากทายาทของเชื้อพระวงศ์ระดับสูงท่านหนึ่ง อาคารนี้มีความงดงามตามแบบเกาหลีอย่างมาก จนทำให้ได้ขึ้นทะเบียนเป็น “อาคารอนุรักษ์ในกรุงโซล” เป็นมรดกของคนในชาติ ... ทว่าเราไปช้าไป 2 เดือนค่ะ... กดกริ่งอยู่นานไม่มีใครมาเปิด จนเห็นเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล เขาเลยตะโกนอธิบายว่าทำไมไม่เปิดประตู ...ได้ความว่าเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในเขตโซล ทำให้เกิดดินสไลด์สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและประชาชนที่อยู่ตามเชิงเขาอย่างมาก ... ที่อีฮวาจาง ก็ถูกดินจากภูเขาถล่มลงมาใส่ ทำให้ต้องปิดปรับปรุง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาถึง 2 ปี ... แน่นอน อีก 2 ปีเราจะพบกันแน่ เราจะไปชมภายในของจริงให้ได้ ..

ที่มาของบ้านก็น่ายกย่องนับถือในน้ำใจของเพื่อนแท้และมิตรภาพของคนรุ่นก่อนจริงๆ ค่ะ...อดีตประธานาธิบดีเป็นผู้สมถะและต่อสู้เพื่อเอกราชของประเทศในวิถีปัญญาชน แม้ตนเองจะมาจากครอบครัวตระกูลขุนนางเก่าแก่ แต่ก็เป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์อันแรงกล้า ... ท่านเข้าร่วมขบวนการลับเพื่อกู้ชาติซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารญี่ปุ่น ดังนั้นในวัยไม่ถึง 20 ก็ถูกจับถูกขังนานถึง 7 ปี ในข้อหาต่อต้านจักรวรรดิญี่ปุ่น

ในที่สุดท่านก็เดินทางไปอเมริกากับคณะหมอสอนศาสนาพร้อมภรรยาคนแรก ซึ่งเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชนตามประเพณี ... ในชีวิตการงานส่วนตัวท่านสามารถเรียนต่อจนจบระดับปริญญาตรี George Washington University ปริญญาโท Harvard University และปริญญาเอก Princeton University


ทว่าชีวิตครอบครัวแรกกลับล้มเหลว หลังจากลูกชายคนแรกเสียชีวิตลง ชีวิตแต่งงานครั้งแรกก็ยุติลงด้วย ท่านจึงใช้ชีวิตในอเมริการวบรวมคนเกาหลีที่อพยพลี้ภัยไป และเดินทางไปเวทีนานาชาติต่างๆ เพื่อเรียกร้องเอกราชให้เกาหลี เป็นฝ่ายขวาจัดที่ต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์จนถึงเลือดนอง...เป็นนักการเมืองที่ไม่ปรารถนาคอร์รัปชัน ไม่มีเงินทองส่วนตัวมากนัก สุดยอดสมถะและกินน้อยใช้น้อย แต่ให้เวลาส่วนใหญ่กับงานการเมือง...จึงทำให้หลังจากที่เดินทางกลับมาเกาหลีก็ไม่มีแม้แต่เงินที่จะซื้อบ้านอยู่ (ช่างแตกต่างจากนักการเมืองประเทศไหนนะ)...เพื่อนร่วมอุดมการณ์จึงพากันลงขันหาเงินซื้อบ้าน “อีฮวาจาง” หลังนี้ให้เป็นที่พักอาศัย เป็นฐานที่มั่นของจิตใจต่อไป... (อ่านต่อ ฟรานเชสกากับรักของสุภาพบุรุษ ฉบับหน้า)

หมายเหตุ หนังสือ “เกาหลีทีเด็ด” ฉบับรวมเล่ม 1 และ “เตรียมตัวไปเป็นเฟรชชี่ที่เกาหลี” จำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์และซีเอ็ดทุกสาขา...
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท