
แก้ไม่ตรงจุด
คลอดออกมาแล้วในที่สุดสำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ
คลอดออกมาแล้วในที่สุดสำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ
โดย..ธนพล ไชยภาษี
หรือเฟดซึ่งในที่สุดแล้วสร้างความผิดหวังให้กับตลาดทุนทั่วโลกจนร่วงระนาวกันไปเมื่อวานนี้ครับ
มาตรการล่าสุดที่คลอดออกมานั้น มีชื่อว่า Operation Twist ซึ่งเฟดจะออกขายพันธบัตรระยะสั้น เพื่อนำเงินไปซื้อพันธบัตรระยะยาว เพื่อกดให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำต่อไป
ความแตกต่างสำคัญของมาตรการล่าสุดนี้ กับมาตรการครั้งก่อนหน้า คือ นโยบาย Quantative Easing 2 เมื่อปีที่แล้วก็คือ เฟดพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเทเงินเข้าสู่ระบบเหมือนเมื่อครั้ง QE2 ที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับมาตรการนี้ที่นักวิเคราะห์ต่างชาติวิจารณ์กันก็คือ เฟดจะออกมาตรการเพื่อกดดอกเบี้ยให้ต่ำต่อไป เพื่ออะไรในเมื่อขณะนี้ความต้องการกู้เงินของผู้บริโภคนั้นอยู่ในระดับต่ำมากอยู่แล้ว
โดยในช่วง 3 ปีที่ผานมานี้ อัตราดอกเบี้ยของรัฐบาลอยู่ในระดับ 00.25% มาตลอด แต่ทว่าความต้องการกู้เงินในสหรัฐก็ยังแทบไม่กระเตื้อง การลงทุนจากภาคเอกชนก็ยังไม่กระดิกเท่าที่ควรจะเป็น
ดังนั้น ผลจากการใช้มาตรการดังกล่าว จึงไม่น่าจะส่งผลใดๆ ในทางตรงต่อการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของสหรัฐ โดยเฉพาะปัญหาการว่างงาน ซึ่งถือเป็นวิกฤตหนักอกที่สุดที่อัตราว่างงานอยู่สูงกว่าระดับ 9%
แต่ทว่า อย่างน้อยที่สุดการหลีกเลี่ยงที่จะเทเงินเข้าไปในระบบของเฟด ก็ยังส่งผลดีในด้านหนึ่ง คือ เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาทันที ช่วยทำให้ราคาน้ำมันลดต่ำลง อันจะเป็นการช่วยผู้บริโภคสหรัฐไปในตัว
และสิ่งสำคัญ คือ อาจจะทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคในสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
ทว่า แน่นอนที่การแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐอาจจะส่งผลกระทบต่อสินค้าของสหรัฐในตลาดโลก แต่คาดว่าจะไม่เป็นปัญหามากนัก เพราะสหรัฐขาดดุลการค้าต่างประเทศเป็นประจำอยู่แล้ว การทำให้สหรัฐกลับมามีพลังซื้ออีกครั้งนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลกรุงวอชิงตันต้องการอย่างยิ่ง
ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบนี้ของเฟดจึงค่อนข้างที่จะซอฟต์ๆ ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก
และสำหรับเอเชียถือว่าเป็นข่าวดี ที่เฟดเลี่ยงที่จะกระแสเงินเพิ่มเข้าสู่ระบบ
อย่าลืมว่า นโยบาย QE2 เมื่อปีที่แล้ว ทำให้เอเชียกระอักกันไปถ้วนหน้า กับค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจากผลกระทบ QE2
แต่งานนี้ ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาแล้วน่าจะพอทำให้เอเชียใจชื้นได้บ้าง
ว่าอย่างน้อยในช่วงที่เศรษฐกิจโลกย่ำแย่นั้น ค่าเงินก็จะไม่ได้สร้างปัญหาเพิ่มขึ้นมาครับ







