
ยุโรปป่วนหนัก หั่นเครดิตอิตาลีแบงก์ฝรั่งเศสรูดรับข่าว
เอสแอนด์พีหั่นเครดิตหนี้สาธารณะอิตาลี อ้างเศรษฐกิจและการเมืองอ่อนแอ
เอสแอนด์พีหั่นเครดิตหนี้สาธารณะอิตาลี อ้างเศรษฐกิจและการเมืองอ่อนแอ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เอสแอนด์พีหั่นเครดิตหนี้สาธารณะอิตาลี อ้างเศรษฐกิจและการเมืองอ่อนแอ ด้านกรีซเตรียมระดมทุน ประกาศขายตั๋วเงินคลังมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) บริษัทจัดอันดับเครดิตรายใหญ่ของโลกประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหนี้สาธารณะของอิตาลี จากระดับ A+/A1+ มาอยู่ที่ A/A1 โดยอ้างสาเหตุของความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ งบประมาณ และการเมืองของประเทศ ซึ่งข่าวดังกล่าวได้กลายเป็นปัญหาใหม่ของรัฐบาลที่กำลังป้อแป้ของนายกรัฐมนตรีซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี และยังสร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลง
“ปัจจัยหลักที่ทำให้เอสแอนด์พีตัดสินใจปรับลดอันดับเครดิตหนี้สาธารณะของอิตาลีก็คือ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ” แถลงการณ์ระบุ
เอสแอนด์พี ชี้ว่า การชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของอิตาลีในปัจจุบันจะทำให้เป้าหมายด้านงบประมาณของรัฐบาลนั้นยากที่จะบรรลุผล อีกทั้งยังระบุด้วยว่ารัฐบาลผสมที่อ่อนแอจะบั่นทอนความสามารถและศักยภาพของรัฐบาลอิตาลีในการแก้ปัญหาหนี้ของประเทศ
นอกจากนี้ เอสแอนด์พียังเตือนถึงความเป็นไปได้ที่อาจมีการลดอันดับความน่าเชื่อถือของอิตาลีลงอีกในอนาคต โดยมองว่าเศรษฐกิจของอิตาลีอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยในปีหน้า เนื่องด้วยมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง 0.6% ตามด้วยการฟื้นตัวเล็กน้อยในปี 2556-2557
ข่าวดังกล่าวนับว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับแบร์ลุสโคนี ซึ่งกำลังตกที่นั่งลำบากภายหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศที่ไร้ประสิทธิภาพ คดีอื้อฉาว และเสียงสนับสนุนของประชาชนที่ดิ่งลงเหลือ 24% ในผลสำรวจล่าสุดเมื่อเดือน ก.ย.
อย่างไรก็ตาม ผู้นำอิตาลีได้ตอบโต้เอสแอนด์พีทันทีว่า การลดอันดับครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนข้อเท็จจริงแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลอิตาลีกำลังเตรียมที่จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่อยู่แล้ว
“ดูเหมือนว่าการประเมินของเอสแอนด์พีนั้นจะอิงจากข่าวในหนังสือพิมพ์มากกว่าความจริง และอาจถูกปกคลุมด้วยความคิดเห็นทางการเมือง” ผู้นำอิตาลีกล่าว พร้อมแสดงความมั่นใจว่าอิตาลีสามารถรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้ เนื่องจากสภาเพิ่งจะอนุมัติมาตรการรัดเข็มขัดและขณะนี้กำลังเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะสามารถเห็นผลในระยะสั้นและกลางได้
ทั้งนี้ อิตาลีมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของกลุ่มยูโรโซนและกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตหนี้อย่างหนัก โดยหนี้สาธารณะของอิตาลีเมื่อเทียบกับจีดีพีสูงถึง 120% มากเป็นอันดับ 2 ในยูโรโซนรองจากกรีซ แต่เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าหนี้แล้ว มากกว่าหนี้สินของกรีซหลายเท่า ส่งผลให้เกิดความวิตกกันว่า หากปัญหาหนี้ของอิตาลีเข้าขั้นวิกฤตจนต้องขอความช่วยเหลือ เงินในกองทุนเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ที่มีอยู่ในขณะนี้ก็จะไม่เพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาได้
การหั่นเครดิตหนี้อิตาลีได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นในยุโรปและเอเชียเปิดตลาดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.อ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุนต่างหวั่นว่าวิกฤตหนี้ยุโรปจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้
ที่ตลาดหุ้นในกรุงปารีส หุ้นของธนาคารยักษ์ใหญ่อย่างบีเอ็นพี ปาริบาส์ และโซซิเอเต เจเนอราล นั้น ลดลง 1.61% และ 3.05% ตามลำดับ โดยนักวิเคราะห์มองว่า เป็นผลมาจากการที่ธนาคารทั้งสองถือครองพันธบัตรรัฐบาลอิตาลีจำนวนมาก ประกอบกับมีข่าวลือว่า ซีเมนส์ ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทวิศวกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ได้ถอนเงินจำนวน 500 ล้านยูโร (ราว 2 หมื่นล้านบาท) ออกจากธนาคารฝรั่งเศสแห่งหนึ่งและได้นำไปฝากไว้กับธนาคารกลางยุโรปแทน
แม้จะไม่มีการเปิดเผยว่า ธนาคารดังกล่าวคือธนาคารใด แต่ก็ได้สร้างความปั่นป่วน เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่าธนาคารในยุโรปหลายแห่งที่ถือครองพันธบัตรกรีซจะมีเงินทุนและกำไรเพียงพอที่จะป้องกันผลกระทบ หากกรีซกลายเป็นหนี้เสียหรือไม่
วันเดียวกัน ทางด้านรัฐบาลกรีซเผยผลการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า เป็นไปด้วยดี โดยวัตถุประสงค์หลักของการหารือครั้งนี้ก็เพื่อประเมินว่ากรีซได้ปฏิบัติตามข้อตกลงของอียูและไอเอ็มเอฟเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือก้อนต่อไปหรือไม่
ไอเอ็มเอฟได้แนะนำให้กรีซลดตัวเลขการขาดดุลและลดรายจ่ายของภาครัฐด้วยการปลดพนักงานหน่วยงานรัฐและระงับการจ่ายค่าเบี้ยบำนาญ อีกทั้งยังแนะนำให้ปรับปรุงการเก็บภาษีให้ดีขึ้นกว่าเดิมแทนการขึ้นภาษี โดยกรีซจะประชุมร่วมกับไอเอ็มเอฟและอียูอีกครั้งในวันที่ 20 ก.ย.
ด้านอีแวนเจลอส เวนิเซลอส รัฐมนตรีคลังกรีซ ก็ยืนยันว่ากรีซจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้ได้เงินช่วยเหลือรอบใหม่ แต่ก็กล่าวว่าจะไม่ยอมตกเป็นแพะรับบาปกรณีคณะกรรมกำหนดนโยบายของยูโรโซนล้มเหลวที่จะสกัดวิกฤตหนี้สินจนลุกลามในยูโรโซน
ขณะเดียวกันสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะของกรีซเตรียมเปิดประมูลขายตั๋วเงินคลังอายุ 3 เดือน มูลค่า 1,250 ล้านยูโร (ราว 5 หมื่นล้านบาท) เพื่อระดมทุนครั้งใหม่ โดยขณะนี้รัฐบาลกรีซต้องการเงินทุนอย่างเร่งด่วน







