
คนจีนลงทุนทองทำสถิติใหม่
ความต้องการทองคำในจีนคาดว่าปีนี้พุ่งทำลายสถิติใหม่ถึง 200 ตัน ชาวจีนเชื่อ ไม่ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ราคาก็จะแพงกว่าเดิม
ความต้องการทองคำในจีนคาดว่าปีนี้พุ่งทำลายสถิติใหม่ถึง 200 ตัน ชาวจีนเชื่อ ไม่ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ราคาก็จะแพงกว่าเดิม
สภาทองคำโลกเปิดเผยเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ความต้องการลงทุนในทองคำในจีนปีนี้คาดว่าจะพุ่งขึ้นไปแตะถึง 200 ตัน ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ หลังจากที่ทองคำกลายเป็นแหล่งลงทุนยอดนิยมมากที่สุดในปีนี้จากราคาที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อัลเบิร์ต เช็ง ผู้อำนวยการจัดการภูมิภาคตะวันออกไกลของสภาทองคำโลกระบุว่า เมื่อปีที่แล้วความต้องการลงทุนทองคำในจีนเพิ่มขึ้นถึง 70% ไปแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 187 ตัน
“ความต้องการการลงทุนในทองคำในจีนได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมาก วิกฤตการเงินที่เกิดขึ้นได้ทำให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้นในสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ ทำให้ความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นในฐานะที่เป็นการลงทุนทางเลือก” เช็ง กล่าว
ในปีนี้ราคาทองคำในตลาดซื้อขายล่วงหน้าได้พุ่งแตะทำสถิติที่ 1,923.70 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยนับตั้งแต่ต้นปีราคาได้ปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว 29% เนื่องจากปัญหาหนี้ในสหรัฐและยุโรปได้ทำให้นักลงทุนต้องการที่จะลงทุนในตลาดทองคำที่ปลอดภัยกว่า
ทั้งนี้ อินเดียเป็นประเทศผู้ซื้อทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก ตามมาด้วยจีน โดยการบริโภคทองคำของสองประเทศมีสัดส่วนคิดเป็น 54% ของการบริโภคทองคำทั่วโลก
สภาทองคำโลกประเมินด้วยว่า ภายใน 10 ปีนี้ความต้องการทองคำของจีนจะเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวอีกด้วย
“ความต้องการการลงทุนในทองคำถือเป็นกุญแจหลัก และจะเป็นตัวขับเคลื่อนการบริโภคทองคำในจีนต่อไป เพราะว่าไม่มีตัวเลือกอื่นในการลงทุนที่มากนัก ราคาทองคำได้ปรับขึ้นมาต่อเนื่อง และเรายังไม่เห็นว่าความต้องการจะอ่อนแอลงแต่อย่างใดด้วย อีกทั้งคนจีนมักพูดเสมอว่า หากฉันไม่ซื้อทองวันนี้ พรุ่งนี้ทองก็จะแพงมากขึ้น” เช็ง กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วปริมาณการบริโภคทองคำในจีนโดยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 706 ตัน ซึ่งรวมถึงจำนวน 452 ตัน ที่ถูกนำไปใช้ผลิตเครื่องประดับ โดยที่ความต้องการเครื่องประดับทองคำในจีนนั้นจะเพิ่มขึ้นในอัตราราว 9-10% ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้อีกด้วย







