
ยังไม่ปลอดภัย
ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปถึง 10 ปี ทว่า
ถึงแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยไปถึง 10 ปี ทว่า
เหตุก่อวินาศกรรมโจมตีสหรัฐเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 ยังคงสร้างความสะเทือนใจและความหวาดกลัวต่อชาวโลกอยู่เช่นเดิม
บทบรรณาธิการเว็บไซต์ไชนา เดลี ให้ความเห็นในกรณีนี้ว่า ตอนนี้ไม่มีที่ไหนในโลกที่ปลอดภัยจากเหตุก่อการร้าย และมนุษยชาติยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากในการขจัดการก่อการร้ายในทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไปไม่ต่างอะไรกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
ดังที่เห็นได้จาก ในขณะที่สหรัฐและหลายประเทศทุกมุมโลกกำลังร่วมรำลึกพิธีครบรอบ 10 ปี เหตุก่อการร้ายถล่มตึกเวิลด์เทรดนั้น ที่ปากีสถานและอินเดียก็ยังคงถูกผู้ก่อการร้าย 2 กลุ่ม โจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกนับร้อยราย โดยที่กลุ่มก่อการร้ายตาลีบันและกลุ่มอัลกออิดะห์ ออกมาประกาศความรับผิดชอบการก่อการร้ายทั้งหมด
จึงแสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าทางกองทัพพิเศษสหรัฐจะสามารถสังหารโอซามา บินลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ได้ แต่ทว่า การต่อสู้กับการก่อการร้ายยังคงดำเนินต่อไป
ผู้เขียนให้ความเห็นว่า เหตุก่อการร้าย 11 ก.ย ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกลุ่มประเทศตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ซึ่งในบางครั้งอาจจะล้ำเส้นจนเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ ยังถือว่าเป็นการเพิ่มความเป็นปรปักษ์ระหว่างโลกมุสลิมและโลกตะวันตกอีกด้วย
ผู้เขียนกล่าวอีกว่า ทุกชาติทั่วโลกควรทำความเข้าใจว่าการใช้กองกำลังทหารเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถขจัดก่อการร้ายให้หมดไปได้ เพราะสาเหตุของการก่อการร้ายที่แท้จริงคือความยากจนและความล้าหลังทางเศรษฐกิจ ดังนั้น ประชาคมนานาชาติควรที่จะจับมือกันพัฒนามาตรการทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองร่วมกัน พร้อมๆ กับการเพิ่มความร่วมมือและสร้างความปรองดองให้มากขึ้น เพราะการปกป้องชีวิตผู้บริสุทธิ์ถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนในโลกใบนี้







