posttoday
เตือนเศรษฐกิจโลกถดถอยเอเชียเสี่ยงหนักไร้ภูมิคุ้มกัน

เตือนเศรษฐกิจโลกถดถอยเอเชียเสี่ยงหนักไร้ภูมิคุ้มกัน

07 กันยายน 2554

รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์เตือนเอเชียอาจได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์เตือนเอเชียอาจได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์เตือนเอเชียอาจได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก ด้านธนาคารโลกเชื่อมั่นเศรษฐกิจโลกไม่เข้าสู่ภาวะถดถอยแต่ยังคงมีความเสี่ยงสูง

ธาร์มาน ชันมุการัตนัม รัฐมนตรีคลังสิงคโปร์ ออกโรงเตือนว่า เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง และเอเชียนั้นอาจได้รับผลกระทบหนักเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปจะส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งส่วนใหญ่นั้นพึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศเหล่านี้

“เอเชียจะไม่มีภูมิคุ้มกันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยขณะนี้อัตราการเติบโตที่หยุดชะงักลงในสหรัฐและยุโรปเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เราจะเผชิญกับภาวะถดถอยมากกว่าที่จะไม่เผชิญ” ชันมุการัตนัม กล่าว

ทั้งนี้ เศรษฐกิจเอเชียได้เริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังชะลอตัวลงแล้ว โดยล่าสุดนั้นเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ของเอเชียอย่างจีนก็ได้ออกมายอมรับว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2555 อาจต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าเอเชียกำลังกังวลมากขึ้นเรื่องความเสี่ยงที่จะได้รับจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป

หวง กัวโป หัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักงานปริวรรตเงินตราของจีน มองว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่จะชะลอตัว เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจทั้งในยุโรปและสหรัฐจะส่งผลให้ความต้องการสินค้าจีนลดลง ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจจีนโดยตรง เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมานั้นอิงอยู่บนการพึ่งพาการส่งออกเป็นส่วนใหญ่

“หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ อัตราการขยายตัวในปี 2555 อาจต่ำกว่า 9%” กัวโป กล่าว

แม้นักวิเคราะห์บางรายจะมองว่าการเติบโตที่ต่ำกว่า 9% นั้นจะเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เนื่องจากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551-2552 เศรษฐกิจจีนนั้นสามารถเติบโตได้เกิน 9% แต่ขณะเดียวกันการเติบโตที่ชะลอตัวก็อาจช่วยควบคุมปัญหาเงินเฟ้อของจีนได้ ซึ่งเมื่อเดือน ก.ค. ได้พุ่งสูงถึง 6.5% สูงสุดในรอบ 3 ปี

อีกทั้งทางการจีนก็ได้มีการคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้วว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจจะขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 7% ดังนั้นการขยายตัวน้อยกว่า 9% ในปี 2555 ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

ในส่วนของสิงคโปร์ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาวงจรการค้าโลกเป็นหลักและเป็นศูนย์ตลาดค้าสำคัญของภูมิภาคเอเชีย ก็กำลังส่งสัญญาณถึงเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอย่างหนักเช่นเดียวกัน โดยเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนั้นหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก และนักวิเคราะห์ก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ก็จะหดตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากจีนและสิงคโปร์แล้ว ประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าอื่นๆ ในเอเชียก็วิตกเรื่องเศรษฐกิจโลกถดถอยเช่นเดียวกัน ที่ออสเตรเลียนั้นธนาคารกลางได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดยมองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ไม่ชัดเจนเหมือนต้นปี อีกทั้งยังมีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ซึ่งจะประชุมกำหนดนโยบายในสัปดาห์นี้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในอัตราเดิมเช่นกัน

ทั้งนี้ ความเห็นของรัฐมนตรีคลังสิงคโปร์นั้นเป็นการมองโลกในแง่ร้ายมากกว่านักวิเคราะห์ฝั่งอเมริกาและยุโรป ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย โดยล่าสุดนั้น โรเบิร์ต โซลลิก ประธานธนาคารโลก ก็ได้กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกจะไม่ถดถอยแม้ว่ามีความเสี่ยงสูงก็ตาม

โซลลิก ได้กล่าวระหว่างร่วมงานสัมมนาที่สิงคโปร์ว่า ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป ซึ่งกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่อ่อนไหวเนื่องจากมีปัญหาหนี้สินรุมเร้า

อย่างไรก็ตาม ก็ยังเชื่อมั่นว่าสกุลยูโรจะยังคงอยู่รอดในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับท่าทีของผู้นำชาติยุโรปว่าจะตัดสินใจรับมือและแก้ปัญหานี้อย่างไร

“รัฐบาลประเทศต่างๆ ในยูโรโซนควรสละอำนาจการควบคุมงบประมาณบางส่วนในประเทศของตนเพื่อให้นโยบายการใช้จ่ายของแต่ละประเทศในยูโรโซนมีความสอดคล้องกัน” โซลลิก กล่าว

นักวิเคราะห์มองว่า ถ้อยแถลงของโซลลิกนั้นถือเป็นการส่งสัญญาณกดดันผู้นำชาติยุโรป เนื่องจากขณะนี้ยังไม่สามารถควบคุมปัญหาหนี้สินที่กำลังลุกลามในกลุ่มประเทศยูโรโซนได้ โดยล่าสุดนั้นแผนช่วยกรีซอาจต้องหยุดชะงักภายหลังฟินแลนด์ได้เรียกร้องหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้สำหรับการจ่ายเงินสมทบของฟินแลนด์แก่กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรปที่จะใช้เพื่อสนับสนุนกรีซ

อีกทั้งล่าสุดศาลเยอรมนีเตรียมพิจารณาตัดสินว่า การที่เยอรมนีให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ เช่น กรีซ ไอร์แลนด์ และโปรตุเกสนั้น ผิดกฎหมายของประเทศหรือไม่ ซึ่งหากศาลตัดสินว่าผิดจริง วิกฤตหนี้ในกลุ่มประเทศยูโรโซนก็อาจรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเยอรมนีนั้นนับว่าเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญของกลุ่มอียูในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะของภูมิภาค

ในส่วนของสหรัฐนั้น โซลลิก ยังมองว่า เศรษฐกิจสหรัฐซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก จะไม่เผชิญกับภาวะถดถอยรอบสองอย่างแน่นอน แม้จะกำลังผจญกับมรสุมปัญหาหนี้สินรุมเร้าและปัญหาอัตราการว่างงานที่สูงก็ตาม โดยล่าสุดนั้นสหรัฐได้เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. ว่า อยู่ที่ระดับ 0% หรือไม่มีการจ้างงานเพิ่มเติมเลย ส่งผลให้อัตราการว่างงานของคนอเมริกันทรงตัวอยู่ในระดับสูง 9.1% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ตกงานทั้งหมด 14 ล้านคน โดยโซลลิกนั้นเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะยังคงมีการเติบโตแม้จะโตอย่างเชื่องช้าก็ตาม

ทั้งนี้ แม้โซลลิกจะแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่นักลงทุนก็ยังคงมีความวิตกกังวลส่งผลให้ตลาดหุ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นร่วงลงอย่างหนัก  

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย