
เชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดฮวบ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดฮวบ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดฮวบ
ประชาชนนักลงทุนหวั่นเศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่สภาวะถดถอย กระทบหุ้นในตลาดเอเชียร่วง
องค์กรวิจัยเอกชนของสหรัฐ (คอนเฟอ เรนซ์ บอร์ด) เปิดเผยผลการวิจัยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน ส.ค.ร่วงลง 15% อยู่ที่ระดับ 44.5 จุด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 2552 จาก 59.2 จุดในเดือน ก.ค. เนื่องจากผู้บริโภคมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองของสภาคองเกรสเกี่ยวกับตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ
ลินน์ ฟรังโค ผู้อำนวยการองค์กรวิจัยเอกชนเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลงอย่างมากในเดือน ส.ค. เนื่องจากผู้บริโภคมีมุมมองในด้านลบต่อสภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะภายหลังจากที่การอภิปรายเรื่องเพิ่มเพดานหนี้ของสภาคองเกรสสหรัฐยืดเยื้อ ประกอบกับการที่สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดังของสหรัฐประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2460 ลงจากระดับ AAA มาอยู่ที่ AA+ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ทางด้านผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในเดือน ส.ค.ลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน พ.ย. 2551 เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวได้รับปัจจัยลบจากรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ลดลง โดยดัชนีนิกเกอิปิดเช้าลบ 35.40 จุด หรือ 0.4% แตะที่ 8,918.50 จุด ในขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลดลง 0.07 จุด มาอยู่ที่ระดับ 2,566.53 จุด
ฟุมิยูกิ ทากาฮาชิ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์บาร์เคลย์ แคปปิตอล กล่าวว่า ดัชนีจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบในระดับต่ำกว่า 9,000 จุด จนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นมา
ตลาดหุ้นวอลสตรีตก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงไป 71 จุด
ด้านผู้ค้าหลักทรัพย์มองดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในความเสี่ยงที่จะกลับเข้าสู่สภาวะถดถอยในอีกไม่ช้า
อย่างไรก็ตาม เมอร์ริล ลินช์ นักเศรษฐ ศาสตร์ของธนาคารแห่งอเมริกา มองว่า ถึงแม้ว่าตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ ในเดือน ก.ค.เพิ่มขึ้น 0.8% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% แต่หากวิเคราะห์กันในระดับลึกจะพบว่า ทัศนคติการใช้จ่ายของผู้บริโภคไม่ได้เกี่ยวข้องกับระดับความเชื่อมั่นเลย







