
โลกผจญปัจจัยเสี่ยงเพิ่ม
หัวเรือใหญ่ไอเอ็มเอฟหนักใจแนะต้องใช้นโยบายเด็ดขาด
หัวเรือใหญ่ไอเอ็มเอฟหนักใจแนะต้องใช้นโยบายเด็ดขาด
หัวเรือใหญ่ไอเอ็มเอฟเตือนโลกเจอความเสี่ยงรุมเร้าเพิ่มขึ้น แต่ยังมีช่องทางออก ด้านยุโรปเชื่อวิกฤตหนี้สิ้นสุดในปี 2557
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีประชุมเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางทั่วโลกที่เมืองแจ๊กสัน โฮล ในรัฐไวโอมิงของสหรัฐ เมื่อ 29 ส.ค.นี้ เตือนว่า โลกกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เครื่องมือที่จะใช้แก้ปัญหานั้นมีอยู่อย่างจำกัด
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟคนล่าสุดชี้ว่า แม้ว่าโลกจะมีทางเลือกที่จะแก้ปัญหาน้อยลงทุกที ทว่าก็ยังมีวิธีสู่การเติบโตอีกครั้ง ซึ่งการใช้มาตรการที่เด็ดขาดแน่วแน่จะช่วยการแก้ไขสถานการณ์ได้
ลาการ์ด เชื่อมั่นด้วยว่า การตัดสินใจและลงมือทำอย่างถูกต้อง แข็งแกร่ง และยั่งยืนนั้นจะช่วยทำให้เกิดการเติบโตอย่างสมบูรณ์ และการเดินหน้าของเศรษฐกิจโลกจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
“เป็นที่แน่ชัดว่า การใช้มาตรการทางนโยบายในวันนี้มีช่องทางน้อยกว่าเมื่อปี 2551 ซึ่งไม่ใช่ทางออกง่ายๆ เลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางออกเอาเสียเลย โดยที่นโยบายเศรษฐกิจมหภาคจำเป็นที่จะต้องหนุนให้เกิดการเติบโตให้ได้”
สุนทรพจน์ของลาการ์ดนั้น มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นกล่าวในเวทีเดียวกัน ระบุว่า ในครั้งนี้เฟดจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มากนัก และเรียกร้องให้ฝ่ายการเมือง เร่งนโยบายสร้างงานและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์อีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ แม้ว่าเบอร์แนนคีจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวระลอกใหม่ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดหุ้นทั่วเอเชียเมื่อ 29 ส.ค.นี้ ขานรับข่าวดีและสามารถปรับตัวขึ้นไปได้
โดยตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.08% ตลาดหุ้นซิดนีย์เพิ่มขึ้น 1.49% ตลาดหุ้นโซลปรับขึ้น 2.32% และตลาดหุ้นไทเปปรับขึ้น 1.68 %
วันเดียวกัน ทางด้านสถานการณ์วิกฤตหนี้ในยุโรป ทางด้าน เคลาส์ เรกกลิง ผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อความมั่นคงทางการเงินแห่งสหภาพยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า วิกฤตหนี้ในยุโรปจะสามารถผ่านพ้นไปได้ในปี 2557 นี้
เคลาส์ กล่าวกับนิตยสารข่าวสปีเกิลในเยอรมนีว่า โดยรวมแล้วพื้นฐานโครงสร้างของกลุ่มประเทศยูโรโซนกำลังพัฒนาขึ้น โดยแต่ละชาติเริ่มที่จะดึงภาคการเงินกลับสู่ความเป็นระเบียบได้อีกครั้ง และแม้กระทั่งไอร์แลนด์ที่ต้องรับเงินช่วยเหลือไปก็เริ่มที่จะตั้งตัวยืนบนลำแข้งของตัวเองได้
ทั้งนี้ อีเอฟเอสเอฟ ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเป็นกลไกในการเข้าช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในยุโรปที่ประสบกับปัญหาหนี้ โดยเคลาส์ ยังเชื่อมั่นด้วยว่าสถานการณ์ในยุโรปนั้นดีกว่าในสหรัฐมาก
“ปัญหาการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐรุนแรงกว่าในกลุ่มยูโรโซน 3 เท่าตัวทีเดียว” เคลาส์ กล่าว







