
จับตาสึกแท็บเล็ตระอุ ไอแพด มีสิทธิครองตลาดเจ้าเดียว
ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคของไอแพด (PreiPad World) หลายฝ่ายต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้บริโภคไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต
ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคของไอแพด (PreiPad World) หลายฝ่ายต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้บริโภคไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคของไอแพด (PreiPad World) หลายฝ่ายต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้บริโภคไม่เห็นจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ในเมื่อมีทั้งโน้ตบุ๊กที่น้ำหนักเบาลง แถมยังมีเน็ตบุ๊กเป็นอีกทางเลือก
ทว่าในวันนั้น แอปเปิล อิงก์ ก็หาได้สนใจคำวิจารณ์ และเดินหน้าเปิดตัวไอแพดที่สามารถทำยอดขายได้ทันทีนับล้านเครื่อง จึงเป็นจุดเริ่มที่ทำให้นักวิจารณ์ยอมรับว่า มีตลาดสำหรับแท็บเล็ตได้จริงๆ
ซีเอ็นเอ็นมันนี ระบุว่าบรรดาคู่แข่งของแอปเปิลต่างรีบโดดเข้ามาแข่งในตลาดใหม่ แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องม้วนเสื่อไม่ว่าจะด้านยอดขายหรือในแง่คำวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะค่ายฮิวเลตต์ แพคการ์ด (HP) ที่พับแผน ทัชแพด (TouchPad) ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งที่เพิ่งเปิดตัววางจำหน่ายได้เพียง 49 วันเท่านั้น
สมมติฐานที่ผ่านๆ มาล้วนเป็นไปในแง่ดีว่าคู่แข่งหลายบริษัทจะสามารถเจาะส่วนแบ่งการตลาดแท็บเล็ตกันมาได้ ทำให้ตลาดมีความหลากหลายและมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด โดยยึดตัวอย่างของไอโฟน โทรศัพท์หน้าจอสัมผัสที่แอปเปิลเป็นผู้บุกเบิก ซึ่งแม้จะยังครองส่วนแบ่งการตลาดของสมาร์ตโฟนได้ดี แต่ก็มีสมาร์ตโฟนหน้าจอสัมผัสใหม่ๆ หรือโทรศัพท์ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่เข้ามาแข่งและเพิ่มความหลากหลายในตลาดได้ดีไม่น้อย
ทว่า ก็มีความเป็นไปได้อีกเช่นเดียวกันหากเรื่องราวของตลาดแท็บเล็ตจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น และไอแพดกลายเป็นแท็บเล็ตที่ครองความยิ่งใหญ่เพียงรายเดียวในปัจจุบัน และตลอดไป
เพราะตัวอย่างเช่นนี้เคยมีให้เห็นแล้วกับไอพอด (iPod)
เมื่อครั้งที่แอปเปิลปฏิวัติวงการเครื่องเล่นเพลงในปี 2544 แทบไม่มีคู่แข่งรายใดที่สามารถแข่งขันกับไอพอดได้ แม้แต่บริษัทที่เจาะตลาดมานานกว่าก็ตาม เพราะนอกจากชื่อชั้นของแอปเปิล ไอพอดก็ยังโดดเด่นด้วยการออกแบบและพื้นที่ความจุขนาดใหญ่ ในราคาที่ไม่ถึงกับสูงลิ่วเกินไปที่ 399 เหรียญสหรัฐ ทำให้ยอดขายไอพอดพุ่งสูงถึง 1.25 แสนเครื่อง ภายใน 2 เดือนแรกที่เริ่มวางตลาด
คู่แข่งตั้งแต่ไมโครซอฟท์ โซนี่ และบริษัทอื่นๆ ต่างทุ่มงบมหาศาลในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงงบด้านการตลาดเพื่อหวังออกหมัดเด็ดมาน็อกไอพอด แต่ก็ล้มเหลว แม้จะขายได้แต่ก็ไม่ถึงระดับที่สะเทือนแอปเปิล จนวันนี้ผ่านมา 10 ปีหลังการเปิดตัว ไอพอดยังคงครองส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐได้ถึง 65% จากตัวเลขของบริษัทวิจัยไอดีซี โดยทอม ไมเนลลี
เมื่อช่วงต้นปีนี้ มีแท็บเล็ตมากกว่า 100 ยี่ห้อที่ออกวางจำหน่ายตามท้องตลาดหรือถูกนำไปใช้ตามสำนักงาน แต่จนถึงปัจจุบัน มีหลายบริษัทที่ล้มเหลวจนต้องถอนตัวจากการแข่งขัน หรือไม่สามารถเจาะส่วนแบ่งการตลาดไปได้มากนัก
โรดา อเล็กซานเดอร์ ผู้อำนวยการบริษัทวิจัย ไอเอชเอส ไอซัพพลาย ระบุว่า กรณีของทัชแพดจากเอชพี เป็นตัวอย่างของความล้มเหลวที่ชัดเจนที่สุด
“เรื่องนี้เกิดขึ้นฉับพลัน และทั้งน่าตกใจเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น การดิ้นรนต่อสู้ก็ยังคงเกิดขึ้นต่อไป” อเล็กซานเดอร์ กล่าว
แม้เครื่องเล่นเพลงจะมีหลากหลายยี่ห้อและแน่นอนว่าหลายรุ่นนั้นดีกว่าไอพอด แต่ผู้บริโภคก็มองว่าใช้ยากกว่าและไม่ได้มีตราประทับของแอปเปิลอยู่ด้วย และสิ่งนี้ก็อาจเกิดขึ้นกับตลาดแท็บเล็ต เพราะแม้คอมพิวเตอร์รูปแบบนี้จะมีมานานแล้ว และแน่นอนว่าแอปเปิลไม่ใช่ผู้บุกเบิกแท็บเล็ต แต่ที่มาของไอแพด ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างจดหมดสิ้น
“คนส่วนมากในวันนี้ยังคงซื้อโทรศัพท์วิธีเดียวกับเมื่อปี 2549 คือไปที่ร้านและซื้อตามที่คนขายแนะนำ และกว่า 100 ล้านครั้งที่คนขายแนะนำก็คือโทรศัพท์แอนดรอยด์ แต่ว่าตลาดแท็บเล็ตวันนี้ไม่เหมือนกับตลาดสมาร์ตโฟน เพราะไอแพดไม่ได้เข้ามาในตลาดแท็บเล็ต แต่สร้างตลาดแท็บเล็ตขึ้นมาต่างหาก” จอห์น กรูเบอร์ บล็อกเกอร์ของแดริง ไฟร์บอล ระบุ
แอปเปิลสามารถจำหน่ายไอแพดได้แล้วกว่า 28 ล้านเครื่อง และสำหรับผู้ซื้อแท็บเล็ตส่วนใหญ่แล้ว นี่ก็คือตัวเลือกด้วยที่พวกเขามองหา ราว 93% ของผู้ใช้งานแท็บเล็ตในทุกวันนี้ต่างเป็นเจ้าของไอแพด และผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อแท็บเล็ตก็มองหาไอแพดกันถึง 94% จากรายงานของอาร์ ดับเบิลยู แบร์ด ขณะที่อันดับสองตามมา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 10% ก็คือ ทัชแพดของเอชพี
สิ่งหนึ่งที่แอปเปิลมีเหนือกว่าคู่แข่งทั้งเครื่องเล่นเพลงและแท็บเล็ตก็คือ แทนที่จะสร้างแกดเจ็ตราคาถูก พกพาได้ถนัด และใช้งานง่าย แอปเปิลได้สร้างแกดเจ็ตที่ครบครันด้วยระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เป็นองค์ประกอบรองรับโดยรวม เช่น iTunes ที่มาคู่กับไอพอด และแอปสโตร์
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันก็ยังคงดำเนินต่อไป และมีคู่แข่งอีกหลายรายที่อาจเป็นม้ามืดในศึกนี้ โดยเฉพาะ โกลิอาธ (Goliath) จากค่ายอะเมซอน ซึ่งจะเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้
ไมเนลลีระบุว่า อะเมซอนมีรูปแบบการค้าที่ทำเงินได้มหาศาลอยู่แล้ว จึงอาจขายแท็บเล็ตได้ในราคาที่ไม่สูงมาก ซึ่งการขายในราคาถูกเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่อะเมซอนคิดว่า ถ้ามีไอแพดแล้วเครื่องหนึ่ง ผู้ซื้อก็ไม่น่าจะซื้อไอแพดเป็นเครื่องที่ 2 แต่หันไปซื้อแท็บเล็ตที่ถูกกว่าแทน และต้องถูกลงกว่ามาก
ขณะที่การคาดการณ์ถึงตลาดก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไป ไอเอชเอส ไอซัพพลาย เคยคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ส่วนแบ่งการตลาดของไอแพดจะลดลงต่ำกว่า 50% ภายในปลายปี 2555 แต่ปัจจุบันทางบริษัทคาดว่าจะเลื่อนไปเป็นปี 2557 แทน
บางทีคำถามต่อวงการตลาดแท็บเล็ตอาจไม่ใช่ว่า “คู่แข่งรายใดจะเปิดศึกเมื่อไร” แต่เป็นว่า “จะโดดเข้ามาแข่งหรือไม่” มากกว่า







