
เฟดลั่นมะกันฟื้นตัวแน่ขอเวลาถกแผน
เชื่อครึ่งปีหลังศก.จะกระเตื้องหลายฝ่ายคาดคิวอี3อาจรีเทิร์น
เชื่อครึ่งปีหลังศก.จะกระเตื้องหลายฝ่ายคาดคิวอี3อาจรีเทิร์น
เฟดขอเวลาถกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม คาดอาจใช้คิวอี 3 พร้อมลั่นครึ่งปีหลังเศรษฐกิจฟื้น
เบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยในที่ประชุมเฟดประจำปีที่รัฐไวโอมิง ของสหรัฐ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า ขอขยายเวลาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 21 ก.ย. จาก 1 วัน เป็น 2 วัน เพื่อถกมาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ซบเซาได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยไม่มีการส่งสัญญาณการใช้มาตรการผ่อนปรนเชิงปริมาณรอบใหม่ (คิวอี 3) ตามที่นักวิเคราะห์และตลาดคาดการณ์กันไว้ก่อนหน้า
ทั้งนี้ เบอร์แนนคี ยืนยันว่า เฟดยังคงมีเครื่องมือทางการเงินอันหลากหลายที่สามารถนำมาใช้กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเรียกความมั่นใจของนักลงทุนและประชาชนให้กลับคืนมา พร้อมคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นในระยะยาวอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ เบอร์แนนคียังเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการสร้างงานให้ประชาชนโดยเร่งด่วน
ด้าน ไดแอน สวองก์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท เมสซิโรว์ ไฟแนนเชียล ในชิคาโก กล่าวว่า การเพิ่มเวลาการประชุมนโยบายของเฟดแสดงให้เห็นว่า เบอร์แนนคีต้องการสร้างการเห็นชอบจากคณะกรรมการในการออกคิวอี 3 โดยเชื่อว่าเฟดอาจประกาศใช้คิวอี 3 ในช่วงการประชุมนโยบายในเดือน ก.ย.
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับ เควิน คารอน นักยุทธศาสตร์ด้านการตลาดของบริษัทวิจัย สติเฟล นิโคลัส ประจำนิวเจอร์ซีย์ ที่มองว่า การที่เฟดบอกว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตกกังวล เป็นการสื่อโดยนัยได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางเฟดจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกแน่นอนในอนาคต
“ถึงแม้ว่าเบอร์แนนคีจะไม่ได้ให้ไฟเขียวว่าจะใช้มาตรการคิวอี 3 แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ใช้เลยตลอดไป” คารอน กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เบอร์แนนคีไม่ได้มีการส่งสัญญาณประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงในทันที ก่อนที่จะเริ่มดีดตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี เมื่อทางเบอร์แนนคีมีทีท่าว่าจะมีกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมเดือน ก.ย.
ด้านผู้ค้าหลักทรัพย์ เชื่อว่า เฟดไม่มีอำนาจมากพอที่จะช่วยกู้วิกฤตสหรัฐที่กำลังอ่อนแออย่างหนักขึ้นมาได้
ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้นที่ 134.72 จุด หรือ 1.21% อยู่ที่ 11,284.54 จุด ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 พุ่งขึ้น 1.51% ปิดอยู่ที่ 1,176.80 จุด ดัชนีแนสแด็กขึ้นมา 60.22 จุด หรือ 2.49% มาอยู่ที่ 2,479.85 จุด ในขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วง 2.19% จาก 2.23% ของวันที่ 26 ส.ค.







