แรงจูงใจวัยทีน....ชีวิตนี้เพื่อทุนเรียนเกาหลี
สัปดาห์ที่ผ่านมา “เชกา” ได้รับการติดต่อจาก “อาจารย์อัญชลี นาคมูล”
สัปดาห์ที่ผ่านมา “เชกา” ได้รับการติดต่อจาก “อาจารย์อัญชลี นาคมูล”
โดย... เพียงออ วิไลย
สัปดาห์ที่ผ่านมา “เชกา” ได้รับการติดต่อจาก “อาจารย์อัญชลี นาคมูล” ผู้ประสานงานแผนการเรียนภาษาเกาหลีของ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ ให้ไปบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับเกาหลี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจแก่น้องๆ (หลานๆ) นักเรียนมัธยมปลาย วัยสดใส หัวใจตรงกัน จาก 3 โรงเรียนในเขตจังหวัดภาคเหนือที่เรียนภาษาเกาหลีเป็นวิชาเลือก...
ในโอกาสที่ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ โรงเรียนลำปางกัลยาณี จ.ลำปาง และ โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จ.พิษณุโลก ได้ร่วมกันจัดให้นักเรียนราว 100 คน มาเข้า “ค่ายภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี” ที่ จ.เชียงใหม่... การบรรยายคราวนี้สนุกมากกับความสดใสและสนใจใคร่รู้ของน้องๆ วัยรุ่น ทำให้มีเสียงกรี๊ดสลบดังเป็นระยะๆ ที่มีการแจกรางวัลทายปัญหา และเสียงจะดังเป็นพิเศษเมื่อแจกรางวัลที่เดินทางไกล 2,000 ไมล์ มาจากเกาหลี...
ค่ายภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีนี้ จัดขึ้นตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ให้ “ส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศที่สองนอกจากภาษาอังกฤษ” ...โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพเป็นโรงเรียนหนึ่งในภาคเหนือ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการจัดการสอนตามความจำเป็นของสังคมและความต้องการของผู้เรียน เพราะนอกจากวิชาภาษาอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปแล้ว ยังมีภาษาจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีเข้ามาเป็นตัวเลือกด้วยค่ะ ... โดยเฉพาะปีนี้ ตั้งแต่ต้นเทอมก็ได้ยินเพื่อนรุ่นน้องเล่าว่า ภาษาเกาหลีเป็นที่นิยมมาก ตอนคัดเลือก มีนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาเกาหลีมากเกินกว่าครูที่จะรับได้ ทำให้หลานของเพื่อนและนักเรียนอีกหลายคนผิดหวังอกหักไม่ได้เรียนภาษาเกาหลี แต่อาจารย์อัญชลี ยืนยันว่า ปีหน้าจะเพิ่มจำนวนนักเรียนได้มากขึ้น เพราะกำลังจะขอครูภาษาเกาหลีมาเสริมกำลังทัพค่ะ
การจัดกิจกรรมในค่าย แบ่งเป็น 2 วัน ... วันแรกเป็นกิจกรรมประจำฐานการเรียนรู้ โดยมีวิทยากรชาวเกาหลีมาช่วยนักเรียนในแต่ละฐาน เช่น ฐานการเขียนอักษรเกาหลี เทควันโด การสนทนา เพลง และอาหารเกาหลี ซึ่งในวันนี้น้องๆ ได้เรียนทำ “คิมผั่บ ฑ่นไ หรือข้าวห่อสาหร่ายเกาหลี” กันด้วย เมื่อสอบถามน้องๆ ก็รู้สึกว่า พวกเขาจะมีความสุขสนุกสนานกันมาก และทำให้จำคำศัพท์เกาหลีได้เยอะ เป็นกิจกรรมที่จัดได้ดีมากค่ะ
ส่วนวันที่สอง ช่วงเช้าเป็นหน้าที่ของ “เชกา” ที่จะต้องช่วยสร้าง “แรงจูงใจ” ให้น้องๆ ตระหนักและเห็นคุณค่าของการเรียนภาษาเกาหลี (อย่างมีความสุข) ...เริ่มจากเรื่องเบาๆ ในตำนานกำเนิดเกาหลี 4,000 ปี อดีตบรรพบุรุษในดินแดนมองโกลแถบทุ่งหญ้าและทะเลทรายที่ทำให้เผ่าพันธุ์เกาหลีมีตาตี่โดยกำเนิด (โอ้...เหตุปัจจัยให้กำเนิดธุรกิจความงาม) นิสัยใจคอและประเพณีวัฒนธรรมที่ถูกกำหนดโดยสภาพแวดล้อม ภูมิอากาศภูมิประเทศ มารยาทที่สำคัญ และการเลือกสิ่งที่ดีและละเว้นสิ่งที่ไม่เหมาะสมกับบ้านเรา... จนถึงคำถามที่ว่า “ทำไมควรตั้งใจเรียน เรียนแล้วได้อะไร” อันที่จริงการเป็นนักเรียนนั้น ไม่ว่าจะเรียนอะไรก็ตาม ก็ควรจะตั้งใจเรียนให้เต็มที่อยู่แล้ว แต่พอมาถึงภาษาเกาหลีซึ่งยังเป็นของใหม่ในแวดวงการศึกษาบ้านเรา กลับทำให้ผู้ปกครองเกิดความกังวลได้...อาจารย์จากโรงเรียนลำปางกัลยาณีท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า พอได้เรียนภาษาเกาหลีแล้ว เด็กๆ มีความตั้งใจเรียนกันมากจนผู้ปกครองสงสัย (ก็ปกติไม่ตั้งใจขนาดนี้นี่) อยากจะปลื้ม แต่หลายท่านยังสงสัยทำไมลูกขยันจัง ถึงขนาดโทรศัพท์มาถามอาจารย์ว่า “ลูกหลานเรียนภาษาเกาหลีแล้วจะไปทำอะไร” เป็นต้น... ทว่า น้องๆ มั่นใจไม่หวั่นไหวเลยค่ะ ลุยเรียนต่อไป เพราะสิ่งที่น้องๆ สนใจมากที่สุด คือ “การได้ทุนไปเรียนต่อระดับปริญญาที่เกาหลี”
หากจะถามว่าทำไมควรไปเรียนต่อที่เกาหลี สรุปออกมาได้สั้นๆ ว่า ถ้าจะไปเรียนต่างประเทศที่ไหนสักแห่ง เกาหลีน่าจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจในเอเชียแล้ว ยังเป็นตลาดใหม่ โอกาสใหม่ และสถานที่เรียนใหม่ที่ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้แพงเกินไป ถูกกว่าอังกฤษ อเมริกา หรือญี่ปุ่นหลายเท่าตัว มีความปลอดภัยสูง อาชญากรรมน้อย อาหารการกินก็ไม่ต้องปรับตัวมาก คล้ายคลึงกับอาหารไทย อากาศดี ใช้ชีวิตสะดวกสบาย ใกล้เมืองไทยเพียงแค่นั่งเครื่องบิน 5 ชั่วโมงครึ่ง คิดถึงก็ไปเยี่ยมถึงกันได้ทันที ระบบการศึกษาและวิชาการก็แข็ง มีมหาวิทยาลัยติดอันดับ 100 ในเอเชียมากมายหลายแห่ง...จบกลับมาแล้ว มีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น
สำหรับท่านผู้อ่านที่ ต้องการคำตอบว่าไปเรียนที่เกาหลีทำไม และสนใจในทุนการศึกษาที่เกาหลี ข้อมูลที่บรรยายทั้งหมดรวมอยู่ในหนังสือเล่มใหม่ ชื่อ “เตรียมตัวเป็นเฟรชชี่ที่เกาหลี” ซึ่ง “เชกา” เขียนร่วมกับ “ดร.แบซูเกียง” อาจารย์สาวเกาหลีหัวใจไทย จากมหาวิทยาลัยปูซาน ภาษาและกิจการต่างประเทศ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ หนังสือจะวางขายที่ร้านซีเอ็ด และร้านนายอินทร์ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.นี้ เป็นต้นไปค่ะ...


