
ญี่ปุ่นครบเครื่อง ตอนที่29
มาต่อกันจากควันหลงของงาน เที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก (TITF)
มาต่อกันจากควันหลงของงาน เที่ยวทั่วไทย...ไปทั่วโลก (TITF)
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมเกริ่นเอาไว้ว่าจะมีบทสัมภาษณ์ของผู้จัดการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย มาให้อ่านกัน ไปๆ มาๆ ปรากฏว่า ได้มีโอกาสได้พบกับผู้ทรงอิทธิพลทางการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอีกท่าน คือ คุณฮิโรชิ มิซูฮาตะ (Mizohata Hiroshi) อธิบดีการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น (Commissioner, Japan Tourism Agency) ก็เลยถือโอกาสสัมภาษณ์พูดคุย เพื่อนำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านเพิ่มเติม จะได้เนื้อหาที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากขึ้นครับ
ท่านอธิบดีได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ขอขอบคุณคนไทยที่ให้กำลังใจและสนับสนุนความช่วยเหลือประเทศญี่ปุ่นมาโดยตลอดหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่นได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติและพร้อมให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนได้เกือบจะทั่วทั้งหมดแล้ว ยกเว้นเฉพาะเขตโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น และสำหรับมาตรการต่างๆ ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างเช่นการประหยัดไฟฟ้า ก็กลับมาใช้ได้ในระดับปกติ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทางการญี่ปุ่นเขาตรวจสอบเข้มข้นมาก มีการเผยแพร่ข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ที่ตั้งมาเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตรวจสอบข้อมูลเพื่อสร้างความมั่นใจให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้เร่งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงการจัดทริปนำบริษัทท่องเที่ยวและสื่อมวลชนเข้าไปดูสถานที่ท่องเที่ยวว่ายังเป็นปกติ ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด อย่างของไทยเราก็ได้จัดทริปไปเมื่อกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวนถึง 160 ท่าน และกลับมาเผยแพร่ข่าวสารจนทำให้คนไทยมั่นใจและเริ่มกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นกันอีกแล้ว รวมทั้งต้องขอขอบคุณบริษัทท่องเที่ยวหลายแห่งที่ยังมั่นใจในประเทศญี่ปุ่น อย่างเช่น บริษัท เจแพลน ที่ยังคงสนับสนุนและไม่ทิ้งประเทศญี่ปุ่นในยามยากลำบาก (สัมภาษณ์ถึงตอนนี้ ผมอดยิ้มอย่างภาคภูมิใจไม่ได้ ท่านอธิบดีเล่นโปรยยาหอมกันต่อหน้า) และหากต้องการให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นสนับสนุนก็จะพยายามอย่างสุดกำลัง เพราะประเทศไทยมีความสำคัญกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ตัวท่านอธิบดีเองก็ประทับใจคนไทยและมรรยาทอันดีงามของคนไทย เพราะเคยมาเยือนประเทศไทยเมื่อ 28 ปีที่แล้ว และการกลับมาในครั้งนี้ก็ยังคงเห็นเสน่ห์จากรอยยิ้มของคนไทยและเห็นศักยภาพของนักท่องเที่ยวชาวไทยผ่านงานนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุแผ่นดินไหวที่ผ่านมา จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก”
สำหรับคุณฮิโรชิ มะสึดะ (Masuda Hiroshi) ผู้จัดการ JNTO ประจำประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ คือ ในบรรดานักท่องเที่ยวทั่วโลก คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 7 โดยมีตัวเลขปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 2.1 แสนคน แต่หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยได้ลดลงไปเป็นอันมาก ทำให้ทาง JNTO ปรับประมาณการนักท่องเที่ยวลงไป 24.8% แต่พอเอาเข้าจริงๆ เดือน ก.ค.ที่ผ่านมากลับลดลงไปเพียงแค่ 14.1% เท่านั้น แสดงว่าคนไทยยังคงมั่นใจในประเทศญี่ปุ่นอยู่มาก ผมเองก็คาดคิดเช่นเดียวกัน เพราะเท่าที่สังเกตดูในงาน บูธที่คนสนใจมากที่สุดก็คือ บูธขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั่นเอง สำหรับแผนการส่งเสริมให้คนไทยกลับไปเที่ยวนั้น ทาง JNTO ก็มีนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ การเชิญสื่อและบริษัทท่องเที่ยวไปชมสถานที่เที่ยวในญี่ปุ่น (Fam Trip) การออกงานแสดงสินค้าท่องเที่ยว (Travel Fair) และกำลังจะออกโครงการประกวดภาพถ่าย ภายใต้หัวข้อ ญี่ปุ่นยิ้มได้...ไปมาแล้ว เน้นไปที่นักท่องเที่ยวตัวจริง ใครสนใจลองสอบกันดู นอกจากนี้คุณมะสึดะยังบอกถึงแนวโน้มของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่แต่เดิมเคยเดินทางกันเป็นหมู่คณะ แต่ปัจจุบันคนไทยเริ่มไปเที่ยวกันเองมากขึ้น โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40% ทำให้ทาง JNTO ให้ความสนใจกับตลาดเที่ยวเองมากขึ้น โดยจะจัดงาน Visit Japan FIT Travel Fair ในวันเสาร์อาทิตย์ที่ 2728 ส.ค.นี้ ที่สยามพารากอน เข้าใจว่าจัดคู่ขนานไปกับงาน Japan Festa ของสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น Mainichi ใครสนใจไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ง้อทัวร์ลองไปงานนี้กันดู
ท่านสุดท้ายที่ผมได้สัมภาษณ์ก็คือ คุณทาคุมะ โอยามาดะ (Oyama Takuma) เจ้าหน้าที่ของเซนได ซึ่งตั้งใจมาบอกให้คนไทยได้รับทราบว่า เซนไดไปเที่ยวได้แล้ว คุณโอยามาดะนำภาพเมืองเซนไดในหลายๆ มุมมาให้ผมชม เป็นภาพเปรียบเทียบของสถานที่เกิดเหตุในช่วงเวลานั้นกับปัจจุบันนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นปกติเหมือนไม่เคยมีเหตุมาก่อน พอผมสอบถามถึงได้ทราบว่า อันที่จริงแล้วส่วนที่เสียหายหนักนั้นโดยมากจะอยู่เพียงแค่ริมฝั่งทะเล แต่ในเมืองนั้นแทบไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิเลย ผู้คนในเมืองเซนไดก็กลับมาใช้ชีวิตกันเป็นปกติแล้ว อาหารการกินก็ปลอดภัย จึงอยากเชิญชวนคนไทยให้ลองกลับไปเยือนเซนไดและภูมิภาคโทโฮขุ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่กำลังจะมาถึง แถบนี้จะสวยงามด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงและสีเหลือง มาชิมอาหารขึ้นชื่อของเซนไดอย่างลิ้นวัว หอยนางรม และอาหารทะเลสดๆ หรือใครที่ชอบกินเนื้อ เนื้อของเซนไดก็มีคุณภาพไม่แพ้โกเบหรือมัทสึซากะ นอกจากนี้ยังมีขนมอร่อยขึ้นชื่ออีกหลากหลาย พูดถึงเรื่องขนม ผมขอยืนยันด้วยอีกหนึ่งเสียงว่าอร่อยจริงๆ หลายสัปดาห์ก่อน มีน้องที่ออฟฟิศไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วซื้อของมาฝากเป็นขนม Hagi no Tsuki ของฝากอันดับ 1 ของเซนไดที่ผมชอบมากๆ ผมกินหมดไปตั้งแต่วันแรกที่ได้รับ เพราะคิดถึงและอยากกิน รสชาติยังอร่อยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ใครที่คิดถึงเซนได เดือน ต.ค.นี้แวะไปเยี่ยมเยียนเขาหน่อย คนเซนไดจะได้มีกำลังใจกัน
จากการที่ผมได้สัมภาษณ์ทั้งสามท่าน และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวท้องถิ่นอีกหลายจังหวัดหลายภูมิภาค ผมสรุปได้ว่า ตอนนี้เขาพร้อมที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้กลับไปเยือนประเทศญี่ปุ่นแล้ว จากวันที่ 11 มี.ค.จนถึงวันนี้ ผ่านไปเพียงแค่ 5 เดือน ญี่ปุ่นจัดการกับปัญหาและฟื้นฟูความเชื่อมั่นได้เร็วเกินความคาดหมาย แผนการหลายอย่างเสร็จเร็วกว่าที่คิด เพราะคนทั้งประเทศร่วมแรงร่วมใจไม่ทะเลาะเบาะแว้ง และวันนี้ญี่ปุ่นพร้อมที่จะกลับมาทวงความนิยมของการท่องเที่ยวอย่างเต็มร้อยแล้วครับ







