posttoday
ค่ายโทรศัพท์ผนึกกำลังครั้งใหญ่ ท้าชนแอปเปิล

ค่ายโทรศัพท์ผนึกกำลังครั้งใหญ่ ท้าชนแอปเปิล

16 กุมภาพันธ์ 2553

บริษัทให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่พร้อมร่วมมือ โครงการยักษ์ผลิตแอพพลิเคชันร่วมกันชิงตลาดแอปเปิล โดย... ทีมข่าวต่างประเทศ

บริษัทให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่พร้อมร่วมมือ โครงการยักษ์ผลิตแอพพลิเคชันร่วมกันชิงตลาดแอปเปิล
 
โดย... ทีมข่าวต่างประเทศ

 

ค่ายโทรศัพท์ผนึกกำลังครั้งใหญ่ ท้าชนแอปเปิล

รายงานจากที่ประชุม โมบาย เวิลด์ คองเกรส 2010 ที่กรุงบาร์เซโลนา ของสเปน ซึ่งเปิดฉากไปแล้ววันที่ 15 ก.พ. ได้มีการตกลงร่วมกันของ 24 บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของโลก ในการสร้างชุมชนพัฒนาแอพพลิเคชันร่วมกัน (The Wholesale Applications Community)

งานดังกล่าวถือเป็นการประชุมและการจัดนิทรรศการด้านเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือครั้งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีบริษัทที่ให้บริการด้านโทรศัพท์มือถือกว่า 1,300 บริษัท เข้าร่วมในงานเพื่อโชว์ศักยภาพและเทคโนโลยีล้ำหน้าล่าสุด

แม้ว่าหลายฝ่ายต้องผิดหวัง เพราะงานนี้ขาดยักษ์ใหญ่อย่างโนเกียและแอปเปิลที่ปฏิเสธไม่ร่วมในงานดังกล่าว แต่ก็มีการคาดว่าสำหรับการประชุมของบรรดาผู้นำของค่ายยักษ์อื่นๆ ในงานนี้ จะมีประเด็นที่เคร่งเครียดมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากตัวเลขผลประกอบการโดยรวมของธุรกิจโทรศัพท์มือถือลดลงมากในปี 2552 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น

สำหรับความร่วมมือครั้งใหญ่ของ 24 บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่กล่าวข้างต้น จะทำให้การพัฒนาซอฟต์แวร์และการสร้างแอพพลิเคชันของทุกๆ ค่าย ด้วยระบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ใช้โทรศัพท์ทุกค่ายและทุกระบบปฏิบัติการสามารถใช้งานร่วมกันได้ เพื่อเป็นความพยายามที่จะแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล

ทั้งนี้ คาดว่าระบบดังกล่าวจะเห็นผลภายใน 12 เดือนข้างหน้า โดยทางสมาคมผู้ประกอบการจีเอสเอ็มกล่าวในงานครั้งนี้ว่า การผนึกกำลังในเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนหลักจาก 3 ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง แอลจี อิเล็กทรอนิกส์ ซัมซุง และโซนี่ อีริคสัน

นอกจาก 3 ค่ายนี้แล้วยังมีบริษัทที่ติดตลาดโลกอย่าง เอทีแอนด์ที ภารตี แอร์เทล ไชนา โมบาย เอ็มทีเอ็น กรุ๊ป เทเลโฟนิกา และโวดาโฟน จะร่วมในความร่วมมือดังกล่าวนี้ด้วย

สมาคมผู้ประกอบการจีเอสเอ็มยังระบุด้วยว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะมีผลดีกับผู้ใช้โทรศัพท์ราว 3,000 ล้านคนทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการลดการแบ่งแยกย่อยของตลาดแอพพลิเคชันในอุตสาหกรรมการสื่อสารของโลกได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากซีซีเอส อินไซด์ ระบุว่า แผนการดังกล่าวไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย และจะต้องพบกับอุปสรรคจำนวนมากกว่าจะเห็นผลจริง

ส่วนบริษัทที่โดดเด่นและออกตัวแรงมากที่สุดในงานนี้น่าจะเป็น บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ และโซนี่ อีริคสัน ที่ใช้โอกาสนี้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท ด้วยความหวังว่าปรับตำแหน่งตัวเองขึ้นมายืนหยัดอยู่ในตลาดสมาร์ตโฟน ที่กำลังสร้างผลกำไรอย่างมหาศาลและเป็นกอบเป็นกำได้มากกว่าโทรศัพท์มือถือแบบเดิมๆ โดยในปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายกระโดดถึง 30%

ซัมซุงเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า เวฟ ที่คาดว่าจะเป็นพระเอกของบริษัท โดยทางบริษัทระบุว่า เวฟจะเป็นการปูทางในการร่วมชิงพื้นที่ตลาดสมาร์ตโฟนที่กำลังไปได้สวยในปีนี้ และคาดว่าจะยังไปได้ดีในอีกหลายปีข้างหน้า

สำหรับเวฟซึ่งเป็นเทคโนโลยีโทรศัพท์ระบบสัมผัสล่าสุดของซัมซุง และจะเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการล่าสุดอย่าง บาดา (Bada)

ก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาซัมซุงก็เร่งออกตัวแรง ด้วยการเปิดเผยแผนงานประจำในปี 2010 ว่าจะมีการบุกตลาดด้วยการเปิดตัวสมาร์ตโฟนราว 57 รุ่นซึ่งทั้งหมดจะใช้ระบบปฏิบัติใหม่ล่าสุดของบริษัทเอง

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าครั้งนี้เป็นความท้าทายของทั้งทางซัมซุงเอง ที่จะต้องดึงผู้ใช้ให้มาใช้ระบบปฏิบัติการดังกล่าว อีกทั้งยังถือเป็นการท้าทายยักษ์ใหญ่ในวงการสมาร์ตโฟนอย่างแอปเปิลเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากก็เชื่อว่าความพยายามของซัมซุงอาจจะล่าช้าเกินไป ด้วยจำนวนเครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการบาดายังคงมีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จึงมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดนักพัฒนาแอพพลิเคชันในงานเข้ามาร่วมวงด้วย

“ฉันคิดว่าระบบแวดล้อมโดยรอบยังไม่มี ความพร้อมใดๆ เลย” แคโรลินา มิเลนซี จากบริษัทวิจัย การ์ตเนอร์ กล่าว
เจเค ชิน รองประธานบริษัท ซัมซุงให้สัมภาษณ์กับทางรอยเตอร์สว่า ระบบปฏิบัติการล่าสุด ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับโทรศัพท์รุ่นที่มีราคาไม่สูงมากนัก จะทำให้ทางบริษัทได้กำไรจากความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการใช้สมาร์ตโฟนมากขึ้น

“ผมเชื่อว่าตลาดสมาร์ตโฟนจะโตมากกว่า 20% ในทุกๆ ปี เป็นเวลา 3 ปี”  ชิน กล่าว
เบิร์ท นอร์เบิร์ต ประธานกรรมการของ โซนี่ อีริคสัน บริษัทผลิตโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่อันดับที่ 4 ของโลกระบุว่า จะมีการเปิดตัวสมาร์ตโฟนถึง 3 ตัวในปีนี้ โดยจะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล 2 รุ่น ส่วนอีก 1 รุ่นที่เหลือจะเลือกใช้ระบบซิมเบียนของโนเกีย

ก่อนหน้านี้ โซนี่ อีริคสัน มียอดผลประกอบการซบเซาอย่างเห็นได้ชัด โดยยอดกำไรร่วงลงอย่างหนักติดต่อกันถึง 7 ไตรมาสแล้ว จนทำให้หลายฝ่ายหวั่นว่าจะถึงการล่มสลายของยักษ์ใหญ่อย่างโซนี่ อีริคสัน

แต่ทว่าทางโซนี่ อีริคสันย้ำเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะประโลมข่าวที่ว่าถึงการล่มสลายของโซนี่ อีริคสัน ยังมีความท้าทายอีกมากมายที่บริษัทยังต้องเผชิญหน้า แต่ทว่าผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในปีนี้ จะเป็นก้าวแรกที่จะช่วยให้เราเดินเครื่องสู่การฟื้นตัว

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง