
นักลงทุนสูญแล้ว30ล้านล.สังเวยหุ้นมะกันดิ่งเหวหนัก
นักลงทุนสูญแล้ว 30 ล้านล้าน สังเวยหุ้นสหรัฐดิ่งเหวหนัก กูรูคาดเฟดงัด “คิวอี” กระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 3
นักลงทุนสูญแล้ว 30 ล้านล้าน สังเวยหุ้นสหรัฐดิ่งเหวหนัก กูรูคาดเฟดงัด “คิวอี” กระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 3
ซีเอ็นเอ็น มันนี่ รายงานเมื่อวันที่ 9 ส.ค. ว่า นักลงทุนต้องพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 30 ล้านล้านบาท) จากการดิ่งเหวของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาในสหรัฐ ท่ามกลางกระแสความวิตกจากวิกฤตหนี้ในยุโรป และข่าวร้ายจากการถูกลดอันดับเครดิตของสหรัฐลงจากระดับสูงสุด AAA
รายงานระบุว่า ดัชนีวิลเชียร์ 5000 โททัล มาร์เก็ต ซึ่งเป็นดัชนีรวมของหุ้นสหรัฐ ดิ่งเหวลงไปถึง 891.93 จุด หรือ 7% ซึ่งความสูญเสียดังกล่าวคิดเทียบเท่าได้กับมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทีเดียว
นอกจากนั้น นับแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ สส.รีพับลิกันหยุดการเจรจาถกกับรัฐบาลถึงการเพิ่มเพดานหนี้นั้น ดัชนีวิลเชียร์ 5000 พบกับความสูญเสียไปแล้วถึง 2.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
แฮร์รี คลาร์ก ซีอีโอของกองทุนคลาร์ก แคบิตัล แมนเนจเมนต์ ให้ความเห็นว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อตลาดหุ้นในขณะนี้ เป็นผลมาจากการคาดการณ์ว่า ในที่สุดแล้วสเปนหรืออิตาลีอาจจะกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด ตลอดจนภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐอันย่ำแย่ที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลรุนแรงทำให้เกิดการขายหุ้นมากที่สุด
ขณะเดียวกัน ดัชนีซีบีโออี หรือดัชนีวีไอเอ็กซ์ ซึ่งเป็นดัชนีสะท้อนความวิตกกังวลของนักลงทุนสหรัฐก็พุ่งกระโจนรวดเดียวมากถึง 50% ไปอยู่ที่ 48 จุด และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ดัชนีวีไอเอ็กซ์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 123% แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความหวาดกลัวต่อวิกฤตเศรษฐกิจของนักลงทุนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การอ่านค่าระดับดัชนีวีไอเอ็กซ์ที่สูง กว่า 30 จุดนั้น จะหมายความว่านักลงทุนเริ่มที่จะวิตกกังวล อย่างไรก็ตาม การอ่าน ค่าล่าสุดนี้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเมื่อเดือน ต.ค. 2551 เมื่อเลห์แมน บราเธอร์ส ล่มสลายลง โดยในครั้งนั้นอ่านค่าได้ถึง 90 จุด
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐเปิดสัปดาห์ในวันแรกยังคงดิ่งเหวต่อเนื่องจากช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ได้ร่วงลงไปถึง 5.55% ไปอยู่ที่ 10,809.80 จุด เอสแอนด์พี-500 ร่วงลงไป 6.66% ไปอยู่ที่ 1,119.46 จุด และดัชนีแนสแด็กร่วงลงไป 6.90% ไปอยู่ที่ 2,357.69 จุด
ขณะที่ราคาทองคำที่ตลาดสหรัฐก็ร้อนแรงไม่หยุด หลังจากนักลงทุนแห่เข้าซบ โดยราคาเพิ่มขึ้นถึง 61.40 เหรียญสหรัฐ ไปปิดตลาดที่ 1,713.20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ทะลุ 1,700 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก โดยในระหว่างการซื้อขายราคาพุ่งขึ้นไปที่ 1,718.20 เหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันกลับตกลงตามความวิตกว่าภาวะซบเซาของเศรษฐกิจโลกจะส่งผลกระทบต่อความต้องการน้ำมันในตลาดโลก โดยราคาน้ำมันที่ตลาดสิงคโปร์ลดลง 5.57 เหรียญสหรัฐ หรือ 6.4% ไปปิดที่ 81.31 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
วันเดียวกัน เคนเนธ โรกอฟฟ์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ให้ความเห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจจำเป็นต้องนำโครงการซื้อคืนสินทรัพย์ หรือนโยบายการเงินผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) กลับมาใช้เป็นครั้งที่ 3 เพื่อรักษาให้ระดับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐเดินหน้าต่อไป
“พวกเขาจะต้องทำบางอย่างที่เป็นการตัดสินใจอย่างแน่วแน่และแน่นอน” โรกอฟฟ์ กล่าว







