
ทองคำโลกพุ่งแตะ 1,740 เหรียญสหรัฐ
ทองคำโลกพุ่งแตะ 1,740 เหรียญสหรัฐ หุ้นรีบาวด์ขึ้นได้หลังเฟดให้ความมั่นใจจะคงดอกเบี้ยต่ำไปอีก 2 ปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทองคำโลกพุ่งแตะ 1,740 เหรียญสหรัฐ หุ้นรีบาวด์ขึ้นได้หลังเฟดให้ความมั่นใจจะคงดอกเบี้ยต่ำไปอีก 2 ปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
ราคาทองคำ ในการซื้อขายที่ตลาดสหรัฐ ปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 9.30 เหรียญสหรัฐ หรือ 0.53% ไปอยู่ที่ 1,752.30 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ตลาดหุ้นสหรัฐปรับรีบาวด์ขึ้นอย่างรุนแรง โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับขึ้นไป 429.92 จุด หรือ 3.98% ไปอยู่ที่ 11,239.80 จุด , ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้นไป 53.07 จุด หรือ 4.74% ไปปิดที่ 1,172.53 จุด และดัชนีแนสแดก ปรับขึ้นไป 124.83 จุด หรือ 5.29% ไปปิดที่ 2,42.52 จุด
การฟื้นตัวของตลาดในวันนี้เป็นผลมาจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศให้คำมั่นเป็นครั้งแรกอย่างชัดเจนว่า เฟด จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25% ต่อไปเพื่อการกระตุ้นเศราฐกิจอย่งาต่อเนื่อง
ในแถลงการณ์ของเฟด ระบุด้วยว่า คณะกรรมการตลาดของธนาคารกลาง ยังเตรียมหารือถึงการนำมาตรการทางเศรษฐกิจอื่นๆมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม เฟด ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าต่อไปในอีกหลายไตรมาสต่อจากนี้ สวนทางจากการประเมินสถานการณ์เมื่อครั้งก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า ปัจจัยลบต่างๆต่อเศรษฐกิจสหรัฐไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน หรือผลกระทบต่อภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิในญี่ปุ่นกำลังจะสิ้นสุดไป และเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมาเติบโตได้อย่างรวดเร็วขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้
ขณะที่ทางด้าน นักเศรษฐศาสตร์ต่างเชื่อกันว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสสูงมากที่จะเข้าสู่ภาวะถอดถอยอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2011 นี้ เศรษฐกิจสหรัฐเติบโอย่างเชื่องช้ากว่าที่ประเมินกันไว้มาก อีกทั้ง ดัชนีภาคอุตสหกรรม และการผลิตในเดือนกรกฎาคมล่าสุดก็แทบจะไม่ขยับเลย ขณะที่ตัวเลขการว่างงานในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 9% ประกอบกับที่มีความวิตกกังวลอย่างหนรักจากสถานการณ์วิกฤตหนี้ในยุโรป ตลอดจนปัญหาภาวะเงินเฟ้อในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ที่ก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจโลกด้วย
เมื่อวานนี้ จีน ได้ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดประจำเดือนกรกฎาคมปรากฏว่าพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 6.5% แล้ว จากเดิมในเดือนมิถุนายนที่ 6.4%
ทางด้าน บ็อบ ดอลล์ หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์หลักทรัพย์ของกองทุนแบล็คร็อค ให้ความเห็นว่า การตัดสินใจของเฟดที่จะคงอัตราดอกเบี้ยต่อออกไปอย่างน้อย 2 ปีนี้ ถือเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง และอาจจะพูดได้ว่า เฟดกำลังแอบแฝงใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ หรือคิวอี อยู่
ก่อนหน้านี้ เฟดเคยใช้นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเข้าซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐ หรือนโยบายผ่อนปรนทางปริมาณ หรือคิวอี (Quantative Easing) มูลค่าถึง 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการหว่านเงินเข้าสู่ระบบภาคการเงินทางอ้อม และเป็นการกดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ
แต่ทว่ามาตรการดังกล่าวก็ทำให้เกิดผลค้างเคียงรุนแรงที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าอย่างรุนแรง และทำให้กระแสทุนไหลทะลักเข้าสู่เอเชียทำให้ค่าเงินในเอเชียแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อปีที่แล้ว โดยโครงการดังกล่าวเพิ่งจะหมดอายุลงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผานมานี้เองท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวไม่ได้ช่วยเศรษฐกิจสหรัฐแต่อย่างใดเลย
นาย ดอลล์ ให้ความด้วยว่า นักลงทุนจะกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นอีกครั้งแน่นอน ถ้าหากเฟด จะนำโครงการซื้อพันธบัตรกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งยังเชื่อว่า ตลาดหุ้นสหรัฐจะกลับมาสู่ทิศทางบวกได้อย่างแน่นอน เนื่องจากแม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีอัตราเติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าก็ยังไม่ได้สร้างอันตรายต่อผลกำไรของบริษัทเอกชนเท่าไหร่นัก







