
ไทยติดโผ เศรษฐกิจร้อนเกิน เสี่ยงเงินเฟ้อสูง
เอดีบีเตือนเอเชียยังไม่พ้นวิบากกรรมเงินเฟ้อติดจรวด
เอดีบีเตือนเอเชียยังไม่พ้นวิบากกรรมเงินเฟ้อติดจรวด
ชี้วิกฤตหนี้ยุโรป มะกัน-ญี่ปุ่น เศรษฐกิจขาลง เป็นภัยคุกคามสำคัญของภูมิภาค
ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) ออกโรงเตือนประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกรวมทั้งไทย ว่าภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างรวดเร็วยังคงเป็น “ภัยคุกคามหลัก” ในเอเชีย และอาจทำให้เกิดวัฏจักรการขึ้นค่าจ้างและราคาสินค้าแบบไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ เอดีบีระบุในรายงานการสังเกตการณ์เศรษฐกิจเอเชียฉบับล่าสุด ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในกรุงปักกิ่ง ของจีนเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า ความต้องการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง กอปรกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้นทำให้อัตราเงินเฟ้อของบางประเทศในเอเชียตะวันออกสูงเกินอัตราเฉลี่ย 10 ปี
ยิ่งกว่านั้น ภูมิภาคเอเชียยังเสี่ยงต้องเผชิญกับเงินทุนเก็งกำไรไหลเข้าประเทศอีกด้วย
พร้อมกันนี้เอดีบียังแนะว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ย การเข้มงวดต่อปล่อยสินเชื่อของธนาคาร และการปรับอัตราแลกเปลี่ยนให้แข็งค่าเร็วขึ้นอาจช่วยให้รัฐบาลควบคุมภาวะเงินเฟ้อได้
“ภาวะเงินเฟ้อสูงเกินคาดจะทำให้เกิดวัฏจักรการขึ้นค่าจ้าง และคุกคามต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจในระดับมหภาค” รายงานของเอดีบี ระบุ
ทั้งนี้ วัฏจักรการขึ้นค่าจ้าง จะเกิดขึ้นเมื่อราคาสินค้าปรับเพิ่มสูงขึ้น ทำให้กลุ่มแรงงานเรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างตาม ซึ่งการขึ้นค่าจ้างจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ตามด้วยการขึ้นราคาสินค้าและขึ้นค่าจ้างไม่มีสิ้นสุด
ในรายงานยังระบุด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อในเอเชียส่วนใหญ่อยู่ที่ 3-6% แต่บางประเทศ เช่น เวียดนาม แตะระดับ 20% เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. ขณะที่จีนก็ยังคงต้องประสบกับปัญหาเงินเฟ้อที่ 6.4% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปีเมื่อเดือน มิ.ย. แม้ว่ารัฐจะใช้สารพัดมาตรการเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ในรายงานดังกล่าว เอดีบียังได้ประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของเอเชียตะวันออก ซึ่งครอบคลุมจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งประกอบด้วย สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา ลาว และไทย จะขยายตัวอยู่ที่ 7.9% ในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 7.3%
อย่างไรก็ตาม เอดีบี เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะปรับลดจีดีพีของเอเชียตะวันออกลงในปีนี้ และ ในปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ 7.7% รวมทั้งปรับลดคาดการณ์จีดีพีของจีน ในปี 2554 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจหมายเลข 2 ของโลก ซึ่งอยู่ที่ 9.6% ในปีนี้ และ 9.2% ในปีหน้า
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะปรับลดคาดการณ์ลงมาอยู่ที่เท่าใด
ด้าน อิวาน อาซี ผู้อำนวยการสำนักงานการบูรณาการทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ของเอดีบี กล่าวเตือนว่า วิกฤตหนี้ในภูมิภาคยุโรป เศรษฐกิจในช่วงขาลงของสหรัฐ ความตกต่ำของญี่ปุ่น หลังเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงเมื่อเดือน มี.ค. จะกระทบต่ออุปสงค์ของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออก ซึ่งอาศัยภาคการส่งออกเป็นพลวัตหลัก







