posttoday
'แอปเปิล'บนเส้นทางสู่บริษัทแพงสุดในโลก

'แอปเปิล'บนเส้นทางสู่บริษัทแพงสุดในโลก

24 กรกฎาคม 2554

นาทีที่คงไม่มีบริษัทไหน ร้อนแรงแซงหน้ากว่าแอปเปิลอีกแล้ว

นาทีที่คงไม่มีบริษัทไหน ร้อนแรงแซงหน้ากว่าแอปเปิลอีกแล้ว

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

นาทีที่คงไม่มีบริษัทไหน ร้อนแรงแซงหน้ากว่าแอปเปิลอีกแล้ว ไม่ว่าจะพิจารณาจากตัวเลขการเติบโตที่พุ่งแรง การเปิดตัวไอโฟนตัวใหม่ล่าสุด ไปจนถึงการขยายตลาดไปที่จีน จึงทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์หลายสำนักอดคาดไม่ได้ว่า แอปเปิล จะเบียดเอ็กซอน โมบิล บริษัทอุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่จนตกกระป๋องและขึ้นแท่นครองตำแหน่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกแทน

ดังที่เห็นได้จากตัวเลขมูลค่าตลาดของแอปเปิล บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐนั้นอยู่ห่างเพียง 5.2 หมื่นล้านเหรียญ จากมูลค่าตลาดของเอ็กซอนที่มีตัวเลขอยู่ที่ 4.10 แสนล้านเหรียญ แม้ว่าเอ็กซอนจะสามารถทำรายได้ได้มากกว่า 4 เท่าของรายได้ประจำปีของแอปเปิ้ลก็ตาม

แค่คิดจากไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มูลค่าราคาตลาดของหุ้นทุนของแอปเปิ้ลดีดตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 6.6 หมื่นล้านเหรียญมาอยู่ที่ 3.578 แสนล้านเหรียญ ซึ่งคาดว่าได้รับแรงกระตุ้นจากการเปิดตัวไอโฟน 5 และการเปิดตัวบริการคลังเพลงแบบออนไลน์ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า “ไอคลาวด์” ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ทิม ชริสกีย์ หัวหน้าบริหารการลงทุนประจำสถาบันการจัดการสินทรัพย์โซราริวในเบดฟอร์ส ฮิลล์ นิวยอร์กถึงกับออกปากชมว่า บริษัทแอปเปิลมีแรงกระตุ้นและการเติบโตทางธุรกิจที่เหมาะสมที่จะกลายเป็นบริษัทเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ

'แอปเปิล'บนเส้นทางสู่บริษัทแพงสุดในโลก

“สิ่งเดียวที่สามารถต้านความร้อนแรงของการเติบโตของแอปเปิลได้คือการที่เอ็กซอนสามารถเพิ่มตัวเลขการเติบโตของราคาน้ำมันดิบ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไม่น่าเป็นไปได้เลย” ชริสกีย์ กล่าว

ถ้าจะลองสมมติว่าหุ้นของบริษัทเอ็กซอนไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ แอปเปิลก็จะกลายเป็นบริษัทของสหรัฐที่มีมูลค่าสูงที่สุดทันทีที่ราคาหุ้นจะไปอยู่ที่ 444 เหรียญ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีความเป็นไปได้สูง เพราะห่างจากระดับปัจจุบันเพียงแค่ 15% เท่านั้น

ถึง ณ ตอนนี้ หุ้นของบริษัทเอ็กซอนในปัจจุบันขึ้นมา 14% แซงหน้าบริษัทอื่นๆ ซึ่งเป็นผลพวงจากรายรับที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่สูง และความต้องการของน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันดีเซลในประเทศที่กำลังพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น

จากบทวิเคราะห์หุ้นของเอ็กซอนระบุว่า จะไต่ระดับขึ้นอีก 12% ในปี 2555 มาอยู่ที่ 93 เหรียญ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าตลาดขึ้นมาอยู่ที่ 4.58 แสนล้านเหรียญ

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ตัวเลขของแอปเปิลที่มีนั้นสูงกว่าตัวเลขของเอ็กซอนอย่างมาก

ดังที่เห็นได้จากยอดขายโทรศัพท์ไอโฟนที่พุ่งทะลุเป้า รวมทั้งการขยายการเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปสู่ตลาดเอเชีย ช่วยให้ผลประกอบการในรอบ 3 เดือนของแอปเปิล ทะลุยอดจากที่ตลาดหุ้นวอลสตรีตคาดการณ์ไว้

นอกจากนั้น การเปิดตัวโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นที่ 5 ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คาดว่าจะสามารถกระตุ้นรายได้ก้อนโตเข้าบริษัทและกลายเป็นการบ้านหนักหัวให้กับกูเกิล และรีเสิร์ช อิน โมชัน บริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่ ให้กลับไปคิดแก้เกมเป็นการใหญ่ เพราะแค่ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แอปเปิลทำยอดขายไอโฟนได้ถึง 20.34 ล้านเครื่อง

แอปเปิลยังวางแผนที่จะเซ็นสัญญากับหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้มากกว่าล้านคนเลยทีเดียว นอกเหนือจากที่แอปเปิลยังคงเป็นผู้นำในตลาดแท็บเล็ต โดยขายไอแพดได้เกินเป้า มากกว่า 9 ล้านเครื่องในไตรมาสช่วงเดือน มิ.ย อีกด้วย

ในขณะที่ไอโฟนเป็นสินค้าสำคัญ ทางแอปเปิลเดินหน้าเปิดตลาดคอมพิวเตอร์แม็กที่มีระบบปฏิบัติการแบบอินเทล รวมทั้งการปล่อยซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุด และระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสที่ล้ำสมัยที่สุด

แผนการพัฒนาธุรกิจทั้งหมดทั้งมวลของแอปเปิลที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ จะสามารถเพิ่มรายได้ของแอปเปิลถึง 65% หรือ 1.07 แสนล้านเหรียญภายในปีงบประมาณนี้ ในขณะที่รายได้ของเอ็คซอนในปี 2554 อาจโต 24% หรือ 4.77 แสนล้านเหรียญเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของแอปเปิลที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรมาหยุดยั้งไว้ได้ อาจเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานาได้เช่นกัน

นอกจากปัญหาสุขภาพของสตีฟ จ็อบส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อนและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์สินค้าแอปเปิลมากมาย ด้านตลาดหุ้นของวอลสตรีตกังวลว่าจำนวนของผู้ที่หันมาใช้สมาร์ตโฟนของกูเกิลจะเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน

“ระบบปฏิบัติการมือถือระบบแอนดรอยด์ของกูเกิลจะเป็นตัวคุกคามตัวสำคัญของระบบไอโอเอสของแอปเปิลอย่างแน่นอน” วิลเลียม พาวเวอร์ นักวิเคราะห์ของโรเบิร์ต เบียร์ด

นอกจากนั้น ยังมีอุปสรรคตัวเป้งอีกหนึ่งข้อคือ การแข่งขันด้านเนื้อหาดิจิตอลคอนเทนต์กับกูเกิลและเว็บไซต์อะเมซอน รวมถึงปัญหาด้านกฎหมายสิทธิบัตร ซึ่งในขณะนี้แอปเปิลก็เพิ่งปิดฉากการฟ้องร้องคดีกับทางโนเกียไปเมื่อเดือนที่แล้ว และกำลังเตรียมจะฟ้องบริษัทซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ โมโตโรลา และเฮชทีซี

“ขณะนี้นักลงทุนกำลังจะมือขึ้นกับตลาดทุนของซิลิคอน วัลเลย์ และคิดว่าจะดีอย่างนี้ไปอีกสักพัก เพราะตามหลักแล้ว ช่วงครึ่งปีหลังจะดีต่อตลาดหุ้น” ไมค์ บินเจอร์ นักลงทุนของแอปเปิลที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ไทรเวิน มีหุ้นอยู่ในมือกว่า 7 หมื่นล้านเหรียญ

“พวกเรากำลังอยู่ในช่วงค้าขายดี และไม่คิดว่าจะมีอะไรมาทำให้ตลาดหยุดชะงักในตอนนี้” บินเจอร์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท