
อาเซียนดีใจไทย-เขมรลดตึงเครียดได้
เลขาอาเซียนเผยประเทศสมาชิกยินดีไทย-เขมรคลี่คลายปมพิพาทได้ระดับหนึ่งมั่นใจมีทางออกร่วม
เลขาอาเซียนเผยประเทศสมาชิกยินดีไทย-เขมรคลี่คลายปมพิพาทได้ระดับหนึ่งมั่นใจมีทางออกร่วม
นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เปิดเผยถึงท่าทีของประเทศสมาชิกอาเซียนต่อกรณีที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ (ศาลโลก) มีคำตัดสินออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกนอกพื้นที่ปราสาทพระวิหาร พร้อมกำหนดเขตปลอดทหาร ภายหลังการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 19 - 23 ก.ค. นี้ ว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนยินดีที่ไทยและกัมพูชา ยืนยันชัดเจนจะปฏิบัติตามมติศาลโลก ซึ่งในคำตัดสินศาลโลกได้พูดถึงการริเริ่มของความร่วมมือในกรอบของอาเซียนและบทบาทของประธานอาเซียน ในการลดความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่าง 2 ประเทศสมาชิกอาเซียน ที่ได้เรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบอาเซียนต่อไป
ทั้งนี้หากไทยและกัมพูชาเจรจาในเรื่องเส้นเขตแดนกันได้ คงไม่ต้องนำไปสู่คำตัดสินศาลโลก กรณีที่กัมพูชาร้องให้ตีความอาณาบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่เชื่อว่าไทยและกัมพูชามีกลไกแก้ไขปัญหาของ 2 ประเทศที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาได้
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ประธานอาเซียนกำลังรอให้ไทยและกัมพูชาได้ศึกษาทำความเข้าใจในข้อมติที่ชัดเจนก่อนว่ามีความเห็นตรงกันหรือไม่ และจะปฏิบัติตามที่ได้ตบปากรับคำไว้ว่าอย่างไร ขณะที่นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย แสดงท่าทีอยากพบปะหารือกับ 2 ประเทศ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และต้องการทราบความเห็นว่า จะต้องเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดร่างข้อกำหนดและขอบเขตอำนาจหน้าที่ (ทีโออาร์) ในการส่งคณะผู้สังเกตการณ์ของอินโดนีเซียในพื้นที่พิพาทหรือไม่ เมื่อศาลโลกมีคำตัดสินออกมาเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม นายสุรินทร์ กล่าวว่า ส่วนปลายปีหน้ากัมพูชาจะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนจะมีผลอย่างไร หรือไม่นั้น ในอดีตมีวิธีการปฏิบัติให้เห็นอยู่ โดยที่ประเทศที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานอาเซียนไม่ต้องทำหน้าที่ ดั่งกรณีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เหตุการณ์เขมร 3 ฝ่าย ซึ่งอาเซียนได้เข้าไปมีบทบาทในการคลี่คลายปัญหา ในขณะนี้สิงคโปร์เป็นประธานอาเซียนที่ไม่พร้อมจะมีบทบาทนี้ จึงขอให้นายอาลี อาลาตัส อดีตรมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย นั่งเป็นประธาน และให้ฟิลิปปินส์และไทย ร่วมเป็นตัวแทนแก้ไขปัญหาในลักษณะ 3 ฝ่าย (Tioga) โดยใช้กลไกในกรอบอาเซียนเพื่อลดความขัดแย้งภายในประเทศสมาชิก จนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายในที่สุด ทั้งนี้ การผลัดเปลี่ยนทำหน้าประธานอาเซียนมีขึ้นทุกปี และเชื่อว่า ไม่น่าจะส่งผลให้เกิดความชะงัก
ทั้งนี้ เชื่อว่า สำหรับไทย ทุกอย่างต้องรอหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่จะศึกษาข้อมติและวางยุทธศาสตร์การดำเนินการตามข้อมติศาลโลก รวมไปถึงการริเริ่มการดำเนินการใหม่ ในกรอบพหุภาคีต่อกรณีนี้ ทั้งการดำเนินการตามคำสั่งของยูเอ็นเอสซี ศาลโลก อาเซียน และการการแก้ไขปัญหาโดยใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่







