posttoday

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

01 กันยายน 2565

รถไฟฟ้า กลายเป็นอีกหนึ่งระบบขนส่งมวลชนสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจในประเทศ ในไทยเราได้เห็นสิ่งนั้นจากการมาถึงของรถไฟฟ้า BTS และ MRT แน่นอนว่าประเทศที่พัฒนาแนวทางนี้ไม่ได้มีแค่ไทย วันนี้เราจึงจะพาไปเยี่ยมชม ระบบรถไฟฟ้าในอาเซียนกันบ้าง

รถไฟฟ้าถือเป็นคมนาคมเส้นทางหลักที่ผู้คนภายในกรุงเทพคุ้นเคย ล่าสุดจำนวนผู้ใช้งานเส้นทางรถไฟฟ้าในไทยหลักล้านคนต่อวัน ถือเป็นเส้นทางสัญจรหลักที่มีความสำคัญและส่งผลต่อการดำเนินชีวิต มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยและปลอดภัย

 

          ปัจจุบันรถไฟฟ้ายังคงได้รับการพัฒนาต่อเนื่องขยายเส้นทางออกไปให้กว้างไกล สู่ชานเมืองไปจนถึงท้องถิ่นเพื่อกระจายประชากรออกสู่พื้นที่รอบนอก ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และขยับขึ้นมาเป็นขนส่งมวลชนที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ

 

          วันนี้เราจึงจะแนะนำระบบรถไฟฟ้าที่ใช้งานกันในปัจจุบันกันเสียหน่อยว่ามีรูปแบบไหนบ้างที่ใช้งานในไทย

ระบบรถไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน

 

          สำหรับผู้ใช้งานรถไฟฟ้าในปัจจุบันเราทราบดีว่าเรามีรถไฟฟ้าบนดินกับรถไฟฟ้าใต้ดินให้ใช้งาน ทั้งสองสายมีความแตกต่างในแง่เส้นการเดินรถและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่อันที่จริงเรายังสามารถแบ่งประเภทรถไฟฟ้าได้จาก ระบบขับเคลื่อนและการวางโครงสร้างในการใช้งานเช่นกัน ได้แก่

 

          1.Overhead contact system(OCS)

 

          เป็นระบบการจ่ายไฟซึ่งใช้ไฟระบบ AC 25KV มีตัวจ่ายพลังงานคือสายไฟที่ขึงอยู่เหนือรางรถไฟ เป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ถูกใช้งานมาตั้งแต่รถรางในยุคเก่าไปจนขับเคลื่อนของรถไฟฟ้าชินคันเซ็น ในไทยรถไฟที่ใช้งานระบบนี้คือ แอร์พอร์ทลิงค์, รถไฟฟ้าสายสีแดง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง

 

          จุดเด่นในการจ่ายไฟในระบบนี้คือ มีประสิทธิภาพรองรับความเร็วสูงด้วยต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำ ใช้จำนวนสถานีจ่ายไฟฟ้าในระบบน้อยกว่า สามารถตั้งแต่ละสถานีให้อยู่ห่างกันได้มากถึง 40 – 60 กิโลเมตร/จุด จึงถูกใช้งานเป็นระบบจ่ายไฟหลักในสายที่ระยะทางไกล

 

          2.Third Rail

 

          การจ่ายไฟระบบนี้ในไทยถูกใช้ร่วมกับ DC 750 V อาศัยรางที่สามซึ่งไม่ได้มีไว้สำหรับวิ่ง แต่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจ่ายพลังงานให้แก่ขบวนรถในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ถูกใช้งานกับรถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง(MRT) จึงน่าจะเป็นระบบที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมากกว่า

 

          จุดเด่นของระบบนี้คือรางที่สามซึ่งเป็นตัวจ่ายไฟเป็นแนวเดียวกับราง ในการวางระบบจึงมีทัศนียภาพการใช้งานที่ดีกว่า มีความเสถียรมากกว่ากรณีเกิดลมพายุหรือฝนฟ้าคะนอง แต่มีข้อเสียคือต้องการสถานีจ่ายไฟในระบบค่อนข้างมาก, ค่าซ่อมบำรุงสูง และการมีกระแสไฟฟ้าแล่นบนรางจนอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการ

 

ระบบจ่ายไฟทั้งสองชนิดไม่ได้ถูกใช้งานเฉพาะในไทยแต่เส้นทางรถไฟเกือบทั้งโลกล้วนใช้งานระบบนี้ทั้งสิ้น ขึ้นกับแต่ละสถานที่และเงื่อนไขของแต่ละประเทศว่าเหมาะสมกับระบบเดินรถแบบใด ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เพิ่งก่อสร้าง หรือบรรดาผู้นำด้านเทคโนโลยีรถไฟทั้งหลายก็ตาม

 

          วันนี้เราจึงมาดูกันเสียหน่อยว่ารถไฟฟ้าในแต่ละประเทศของอาเซียน ใช้งานระบบจ่ายไฟในการเดินรถแบบใดบ้าง?

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

 

          - สิงค์โปร์

 

          ระบบรถไฟฟ้าของสิงค์โปร์เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1987 และได้รับการขยายเส้นทางพัฒนามาโดยตลอด ปัจจุบันเครือข่ายรถไฟฟ้ามีสถานีให้บริการทั้งหมด 127 แห่ง เป็นระยะทางกว่า 216 กิโลเมตร ประกอบด้วยรถไฟทั้งหมด 6 เส้นทางหลัก และมีอีกสามสายที่เป็นรถไฟฟ้ารางเบาซึ่งเชื่อมต่อกับตัวเมืองและย่านที่อยู่อาศัย

 

          ระบบรถไฟฟ้าของสิงค์โปร์ด้วยแต่ละเส้นทางไม่ห่างไกลกันมากนักและมีจำนวนสถานีมาก เกือบทุกเส้นทางจึงใช้ระบบจ่ายไฟ Third Rail แรงดันไฟ 750V DC เป็นหลัก มีเพียงสายสีม่วง เส้นตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่ใช้งานระบบ  OCS 1500V DC และรถไฟรางเบาสาย Bukit Panjang ที่แม้จะใช้ระบบรางที่สามแต่ใช้แรงดันไฟ 600 V AC แทน

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

 

          - กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

 

          ระบบรถไฟฟ้าภายในกัวลาลัมเปอร์จะใช้งานด้วยระบบรางเบาเป็นหลัก ด้วยประชากรภายในเมืองหลวงและจำนวนผู้ใช้งานไม่สูงนัก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การสามารถก่อสร้างเส้นทางรองรับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ดำเนินกิจการโดยบริษัทหลายแห่ง จึงมีตั้งแต่รถไฟฟ้าทั่วไป, รถไฟลอยฟ้า, รถไฟใต้ดิน ไปจนรถไฟฟ้ารางเดี่ยว

 

          ด้วยการดำเนินงานด้วยหลายบริษัท ทำให้ระบบการจ่ายพลังงานแก่รถไฟของมาเลเซียมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่รถไฟรางเดี่ยวที่มีความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง, OCS แรงดันไฟ 25KV AC, Third rail 750 V DC ไปจน Fourth rail 750V DC ที่มีความปลอดภัยมากกว่า

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

          - มะนิลา ฟิลิปปินส์

 

          ถือเป็นเมืองและประเทศแรกภายในอาเซียนที่ได้รับการวางรากฐานระบบรถไฟฟ้าในปี 1974 แต่ปัจจุบันรถไฟฟ้าของมะนิลากลายเป็นระบบล้าสมัยที่สุด จากปัญหาขาดการบำรุงรักษาจนถึงการพัฒนา จากปัญหาทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทุจริตภายในประเทศ

 

          ระบบรถไฟฟ้าของมะนิลาแบ่งออกเป็นสาย LRT กับ MRT โดยการจ่ายพลังงานเกือบทุกสายใช้งานระบบ OCS เกือบทั้งหมด มีเพียงสาย 7 ที่เป็นระบบ Third rail และรถไฟส่วนมากมีระดับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือว่าพัฒนาได้ช้ามากเมื่อเทียบกับประเทศข้างเคียง

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

          - ลาว

 

          อีกหนึ่งสายรถไฟที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันในอาเซียนคือ ทางรถไฟเชื่อมระหว่างลาว-จีน หนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดยักษ์ของลาวที่ได้จีนมาช่วยลงทุนออกมาเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง ที่เชื่อมต่อระหว่างลาวและนานาประเทศ กลายเป็นเส้นทางการค้าครั้งใหม่ที่สร้างขึ้นโดยประเทศจีน เป็นมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท

 

          ระบบการจ่ายไฟของเส้นทางสายนี้คือ OCS 25KC AC ยิงยาวตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เส้นที่อยู่ในลาวและเส้นที่อยู่ภายในประเทศจีนเอง และคาดว่าเส้นทางรถไฟทีจีนลงทุนให้ส่วนใหญ่ น่าจะใช้งานระบบนี้ในการจ่ายไฟฟ้า เพื่อให้สะดวกในการจัดการบริหารการเดินรถ

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

          - ฮานอย เวียดนาม

 

          หลังประสบปัญหาการก่อสร้างยาวนาน ทำให้โครงการที่เริ่มต้นตั้งแต่ ตุลาคม 2011 เพิ่งพร้อมเปิดให้บริการใน พฤศจิกายน 2021 ในที่สุดรถไฟฟ้าสายแรกในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวหลังได้รับความช่วยเหลือจากประเทศจีน ด้วยงบประมาณกว่า 29,700 ล้านบาท

 

          เส้นทางรถไฟฟ้าสายแรกของเวียดนามมีระยะทางทั้งสิ้น 13 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 12 สถานี ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยระบบจ่ายพลังงาน Third rail ในขณะที่เส้นทางสายอื่นอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่อนาคตอาจไม่มั่นคงจากปัญหาในขั้นตอนก่อสร้างและงบประมาณ

 

ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน

 

          แนวโน้มการพัฒนาระบบรถไฟในอนาคต

 

          จะเห็นได้ว่าระบบการเดินรถส่วนมากมีความใกล้เคียงกัน ในระยะทางไกลระบบ OCS จะมีข้อได้เปรียบและเหมาะสมในการใช้งานที่สุด มีเพียงสิงค์โปร์ที่เน้นการใช้งานระบบ Third Rail และมาเลเซียที่มีระบบการเดินรถหลากหลาย จากการที่มีบริษัทจำนวนมากเข้ามาดำเนินธุรกิจ

 

          แน่นอนว่านี่คือโครงการที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแต่ย่อมไม่หยุดแค่นั้น สำหรับประเทศไทยมีการเซ็นสัญญาระหว่าง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) กับ China Railway Construction (Southeast Asia) Co.,Ltd (CRCC) เพื่อร่วมมือพัฒนาหัวรถจักรที่อาศัยกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน

 

          ความร่วมมือในครั้งนี้อาจหมายถึงโอกาสในการยกระดับธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานในไทย จากแนวโน้มการพัฒนาในหลายประเทศ อาจช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางหัวรถจักรและระบบขนส่งรุ่นใหม่ จัดตั้งระบบซ่อมบำรุงและกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ไม่ยาก

 

 

 

          ที่มา

 

          https://www.propertytoday.in.th/news/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2

 

          https://www.smrt.com.sg/

 

          https://etheses.whiterose.ac.uk/14543/1/531116.pdf

 

                     https://web.archive.org/web/20070308001748/http://www.monorails.org/tMspages/KLspecial01.html

 

          https://www.prasarana.com.my/

 

          https://www.mot.gov.my/en/Statistik%20Tahunan%20Pengangkutan/Transport%20Statistics%20Malaysia%202016.pdf

 

          https://www.nst.com.my/news/2016/11/192862/direct-lrt-travel-between-ampang-and-sentul-timur-thursday

 

          https://eia.emb.gov.ph/wp-content/uploads/2019/05/Makati-Subway-PD-22May2019.pdf

 

          https://www.springnews.co.th/news/817935

 

ข่าวล่าสุด

หางดงไม่ห่างเหิน! "เท้ง" แอ่วเหนือ ช่วย “ตี๋ ภัทรพงษ์” หาเสียง