ระบบรถไฟฟ้าภายในประเทศไทยและอาเซียน
รถไฟฟ้า กลายเป็นอีกหนึ่งระบบขนส่งมวลชนสำคัญที่มีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจในประเทศ ในไทยเราได้เห็นสิ่งนั้นจากการมาถึงของรถไฟฟ้า BTS และ MRT แน่นอนว่าประเทศที่พัฒนาแนวทางนี้ไม่ได้มีแค่ไทย วันนี้เราจึงจะพาไปเยี่ยมชม ระบบรถไฟฟ้าในอาเซียนกันบ้าง
รถไฟฟ้าถือเป็นคมนาคมเส้นทางหลักที่ผู้คนภายในกรุงเทพคุ้นเคย ล่าสุดจำนวนผู้ใช้งานเส้นทางรถไฟฟ้าในไทยหลักล้านคนต่อวัน ถือเป็นเส้นทางสัญจรหลักที่มีความสำคัญและส่งผลต่อการดำเนินชีวิต มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยและปลอดภัย
ปัจจุบันรถไฟฟ้ายังคงได้รับการพัฒนาต่อเนื่องขยายเส้นทางออกไปให้กว้างไกล สู่ชานเมืองไปจนถึงท้องถิ่นเพื่อกระจายประชากรออกสู่พื้นที่รอบนอก ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ และขยับขึ้นมาเป็นขนส่งมวลชนที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ
วันนี้เราจึงจะแนะนำระบบรถไฟฟ้าที่ใช้งานกันในปัจจุบันกันเสียหน่อยว่ามีรูปแบบไหนบ้างที่ใช้งานในไทย
ระบบรถไฟฟ้าของประเทศไทยในปัจจุบัน
สำหรับผู้ใช้งานรถไฟฟ้าในปัจจุบันเราทราบดีว่าเรามีรถไฟฟ้าบนดินกับรถไฟฟ้าใต้ดินให้ใช้งาน ทั้งสองสายมีความแตกต่างในแง่เส้นการเดินรถและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่อันที่จริงเรายังสามารถแบ่งประเภทรถไฟฟ้าได้จาก ระบบขับเคลื่อนและการวางโครงสร้างในการใช้งานเช่นกัน ได้แก่
1.Overhead contact system(OCS)
เป็นระบบการจ่ายไฟซึ่งใช้ไฟระบบ AC 25KV มีตัวจ่ายพลังงานคือสายไฟที่ขึงอยู่เหนือรางรถไฟ เป็นระบบที่ถูกสร้างขึ้นมานานกว่าครึ่งศตวรรษ ถูกใช้งานมาตั้งแต่รถรางในยุคเก่าไปจนขับเคลื่อนของรถไฟฟ้าชินคันเซ็น ในไทยรถไฟที่ใช้งานระบบนี้คือ แอร์พอร์ทลิงค์, รถไฟฟ้าสายสีแดง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง
จุดเด่นในการจ่ายไฟในระบบนี้คือ มีประสิทธิภาพรองรับความเร็วสูงด้วยต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำ ใช้จำนวนสถานีจ่ายไฟฟ้าในระบบน้อยกว่า สามารถตั้งแต่ละสถานีให้อยู่ห่างกันได้มากถึง 40 – 60 กิโลเมตร/จุด จึงถูกใช้งานเป็นระบบจ่ายไฟหลักในสายที่ระยะทางไกล
2.Third Rail
การจ่ายไฟระบบนี้ในไทยถูกใช้ร่วมกับ DC 750 V อาศัยรางที่สามซึ่งไม่ได้มีไว้สำหรับวิ่ง แต่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการจ่ายพลังงานให้แก่ขบวนรถในการขับเคลื่อนไปข้างหน้า ถูกใช้งานกับรถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง(MRT) จึงน่าจะเป็นระบบที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่คุ้นเคยกันมากกว่า
จุดเด่นของระบบนี้คือรางที่สามซึ่งเป็นตัวจ่ายไฟเป็นแนวเดียวกับราง ในการวางระบบจึงมีทัศนียภาพการใช้งานที่ดีกว่า มีความเสถียรมากกว่ากรณีเกิดลมพายุหรือฝนฟ้าคะนอง แต่มีข้อเสียคือต้องการสถานีจ่ายไฟในระบบค่อนข้างมาก, ค่าซ่อมบำรุงสูง และการมีกระแสไฟฟ้าแล่นบนรางจนอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการ
ระบบจ่ายไฟทั้งสองชนิดไม่ได้ถูกใช้งานเฉพาะในไทยแต่เส้นทางรถไฟเกือบทั้งโลกล้วนใช้งานระบบนี้ทั้งสิ้น ขึ้นกับแต่ละสถานที่และเงื่อนไขของแต่ละประเทศว่าเหมาะสมกับระบบเดินรถแบบใด ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เพิ่งก่อสร้าง หรือบรรดาผู้นำด้านเทคโนโลยีรถไฟทั้งหลายก็ตาม
วันนี้เราจึงมาดูกันเสียหน่อยว่ารถไฟฟ้าในแต่ละประเทศของอาเซียน ใช้งานระบบจ่ายไฟในการเดินรถแบบใดบ้าง?
- สิงค์โปร์
ระบบรถไฟฟ้าของสิงค์โปร์เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1987 และได้รับการขยายเส้นทางพัฒนามาโดยตลอด ปัจจุบันเครือข่ายรถไฟฟ้ามีสถานีให้บริการทั้งหมด 127 แห่ง เป็นระยะทางกว่า 216 กิโลเมตร ประกอบด้วยรถไฟทั้งหมด 6 เส้นทางหลัก และมีอีกสามสายที่เป็นรถไฟฟ้ารางเบาซึ่งเชื่อมต่อกับตัวเมืองและย่านที่อยู่อาศัย
ระบบรถไฟฟ้าของสิงค์โปร์ด้วยแต่ละเส้นทางไม่ห่างไกลกันมากนักและมีจำนวนสถานีมาก เกือบทุกเส้นทางจึงใช้ระบบจ่ายไฟ Third Rail แรงดันไฟ 750V DC เป็นหลัก มีเพียงสายสีม่วง เส้นตะวันออกเฉียงเหนือเท่านั้นที่ใช้งานระบบ OCS 1500V DC และรถไฟรางเบาสาย Bukit Panjang ที่แม้จะใช้ระบบรางที่สามแต่ใช้แรงดันไฟ 600 V AC แทน
- กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย
ระบบรถไฟฟ้าภายในกัวลาลัมเปอร์จะใช้งานด้วยระบบรางเบาเป็นหลัก ด้วยประชากรภายในเมืองหลวงและจำนวนผู้ใช้งานไม่สูงนัก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การสามารถก่อสร้างเส้นทางรองรับขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ดำเนินกิจการโดยบริษัทหลายแห่ง จึงมีตั้งแต่รถไฟฟ้าทั่วไป, รถไฟลอยฟ้า, รถไฟใต้ดิน ไปจนรถไฟฟ้ารางเดี่ยว
ด้วยการดำเนินงานด้วยหลายบริษัท ทำให้ระบบการจ่ายพลังงานแก่รถไฟของมาเลเซียมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่รถไฟรางเดี่ยวที่มีความเร็วเฉลี่ย 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง, OCS แรงดันไฟ 25KV AC, Third rail 750 V DC ไปจน Fourth rail 750V DC ที่มีความปลอดภัยมากกว่า
- มะนิลา ฟิลิปปินส์
ถือเป็นเมืองและประเทศแรกภายในอาเซียนที่ได้รับการวางรากฐานระบบรถไฟฟ้าในปี 1974 แต่ปัจจุบันรถไฟฟ้าของมะนิลากลายเป็นระบบล้าสมัยที่สุด จากปัญหาขาดการบำรุงรักษาจนถึงการพัฒนา จากปัญหาทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทุจริตภายในประเทศ
ระบบรถไฟฟ้าของมะนิลาแบ่งออกเป็นสาย LRT กับ MRT โดยการจ่ายพลังงานเกือบทุกสายใช้งานระบบ OCS เกือบทั้งหมด มีเพียงสาย 7 ที่เป็นระบบ Third rail และรถไฟส่วนมากมีระดับความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 60 – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งถือว่าพัฒนาได้ช้ามากเมื่อเทียบกับประเทศข้างเคียง
- ลาว
อีกหนึ่งสายรถไฟที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันในอาเซียนคือ ทางรถไฟเชื่อมระหว่างลาว-จีน หนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดยักษ์ของลาวที่ได้จีนมาช่วยลงทุนออกมาเป็นรถไฟความเร็วปานกลาง ที่เชื่อมต่อระหว่างลาวและนานาประเทศ กลายเป็นเส้นทางการค้าครั้งใหม่ที่สร้างขึ้นโดยประเทศจีน เป็นมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาท
ระบบการจ่ายไฟของเส้นทางสายนี้คือ OCS 25KC AC ยิงยาวตลอดเส้นทาง ตั้งแต่เส้นที่อยู่ในลาวและเส้นที่อยู่ภายในประเทศจีนเอง และคาดว่าเส้นทางรถไฟทีจีนลงทุนให้ส่วนใหญ่ น่าจะใช้งานระบบนี้ในการจ่ายไฟฟ้า เพื่อให้สะดวกในการจัดการบริหารการเดินรถ
- ฮานอย เวียดนาม
หลังประสบปัญหาการก่อสร้างยาวนาน ทำให้โครงการที่เริ่มต้นตั้งแต่ ตุลาคม 2011 เพิ่งพร้อมเปิดให้บริการใน พฤศจิกายน 2021 ในที่สุดรถไฟฟ้าสายแรกในกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวหลังได้รับความช่วยเหลือจากประเทศจีน ด้วยงบประมาณกว่า 29,700 ล้านบาท
เส้นทางรถไฟฟ้าสายแรกของเวียดนามมีระยะทางทั้งสิ้น 13 กิโลเมตร มีสถานีจำนวน 12 สถานี ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ด้วยระบบจ่ายพลังงาน Third rail ในขณะที่เส้นทางสายอื่นอย่างรถไฟฟ้าใต้ดิน และรถฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานนานาชาติยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่อนาคตอาจไม่มั่นคงจากปัญหาในขั้นตอนก่อสร้างและงบประมาณ
แนวโน้มการพัฒนาระบบรถไฟในอนาคต
จะเห็นได้ว่าระบบการเดินรถส่วนมากมีความใกล้เคียงกัน ในระยะทางไกลระบบ OCS จะมีข้อได้เปรียบและเหมาะสมในการใช้งานที่สุด มีเพียงสิงค์โปร์ที่เน้นการใช้งานระบบ Third Rail และมาเลเซียที่มีระบบการเดินรถหลากหลาย จากการที่มีบริษัทจำนวนมากเข้ามาดำเนินธุรกิจ
แน่นอนว่านี่คือโครงการที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแต่ย่อมไม่หยุดแค่นั้น สำหรับประเทศไทยมีการเซ็นสัญญาระหว่าง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) กับ China Railway Construction (Southeast Asia) Co.,Ltd (CRCC) เพื่อร่วมมือพัฒนาหัวรถจักรที่อาศัยกำลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน
ความร่วมมือในครั้งนี้อาจหมายถึงโอกาสในการยกระดับธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานในไทย จากแนวโน้มการพัฒนาในหลายประเทศ อาจช่วยให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางหัวรถจักรและระบบขนส่งรุ่นใหม่ จัดตั้งระบบซ่อมบำรุงและกลายเป็นศูนย์กลางการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ไม่ยาก
ที่มา
https://etheses.whiterose.ac.uk/14543/1/531116.pdf
https://web.archive.org/web/20070308001748/http://www.monorails.org/tMspages/KLspecial01.html
https://eia.emb.gov.ph/wp-content/uploads/2019/05/Makati-Subway-PD-22May2019.pdf
https://www.springnews.co.th/news/817935


