
HEYTEA ต่อยอด "Lisa" Effect เปลี่ยนชาไวรัลสู่เกมธุรกิจระดับโลก
ลิซ่า BLACKPINK ไม่ได้แค่ถือแก้วชาโพสต์ลง Instagram แต่ HEYTEA ต่อยอดเป็นแคมเปญโลก พร้อมเมนูข้าวเหนียวมะม่วงที่ใช้ข้าวนำเข้าจากไทย ท้าทายยอดขายระยะยาวต่อไป
KEY
POINTS
- HEYTEA ต่อยอดกระแส "Lisa Effect" จากการที่ลิซ่าโพสต์ภาพเครื่องดื่มของแบรนด์จนกลายเป็นไวรัล สู่การประกาศความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นทางการ
- แคมเปญความร่วมมือนี้เปิดตัวเมนูพิเศษ "Mango Coconut Sticky Rice" ที่ใช้ข้าวเหนียวไทยเป็นวัตถุดิบหลัก พร้อมสินค้าลิมิเต็ดเอดิชันเพื่อดึงดูดแฟนคลับทั่วโลก
- กลยุทธ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนพลังของศิลปินและกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดียให้กลายเป็นแคมเปญธุรกิจที่จับต้องได้ เพื่อสร้างยอดขายและฐานลูกค้าในตลาดสากล
ชาแก้วเดียวที่ทำให้โลกหันมอง
ภาพแก้วชาที่ลิซ่าถือในรถ Ferrari Roma เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 อาจดูเป็นเพียงภาพไลฟ์สไตล์ธรรมดาบน Instagram
แต่ตัวเลขยอดกดไลก์ที่สูงกว่า 6.7 ล้านครั้ง ทำให้แก้ว Triple Supreme Matcha Latte ของ HEYTEA
กลายเป็นเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคแห่ตามรอย นี่คือสิ่งที่วงการเรียกว่า Lisa Effect หรือพลังของศิลปินที่ส่งต่อแบรนด์ถึงผู้ชมระดับโลกได้ในโพสต์เดียว
HEYTEA แบรนด์ชาสไตล์ใหม่สัญชาติจีน เลือกต่อยอดกระแสนี้เป็นความร่วมมือระดับโลกอย่างเป็นทางการ
ประกาศเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 โดยเปิดตัวเมนูพิเศษ “Mango Coconut Sticky Rice” ในสาขาที่ร่วมรายการทั่วโลก ครอบคลุมตลาดจีน ฮ่องกง มาเก๊า ไทย และต่างประเทศ
ข้าวเหนียวมะม่วงฉบับแก้วชา
เมนูนี้ไม่ใช่ของใหม่ทั้งหมด HEYTEA เคยเปิดตัวในจีนเมื่อปี 2564 และเป็นเมนูตามฤดูกาลที่ลูกค้าเรียกร้องให้นำกลับมาจำหน่ายซ้ำ
ในแคมเปญนี้แบรนด์ตีความใหม่เป็นเครื่องดื่ม ประกอบด้วยเกล็ดน้ำแข็งเนื้อมะม่วงและมะพร้าว เนื้อมะม่วงชิ้น และชั้นข้าวเหนียวมะพร้าวนุ่มหนึบด้านล่าง
จุดที่ทำให้เมนูนี้ต่างออกไปคือวัตถุดิบ แบรนด์ระบุว่าใช้ข้าวเหนียวเมล็ดยาวนำเข้าจากไทย และพนักงานเตรียมด้วยมือทุกวัน
ตั้งแต่หุง คัดเมล็ดข้าว ไปจนถึงคลุกกะทิ เพื่อรักษาเนื้อสัมผัสและรสชาติแบบต้นตำรับ
จากแฟนตัวจริง สู่พรีเซ็นเตอร์ระดับโลก
ความสัมพันธ์ระหว่างลิซ่ากับแบรนด์เริ่มก่อนการเซ็นสัญญา ในฐานะลูกค้าที่โพสต์เอง ต่อมาเธอถือแก้ว Cloud Coconut Blue ระหว่างเวิลด์ทัวร์ที่ลอนดอน
ช่วยขยายการรับรู้ในตลาดยุโรป และเมื่อเดือนกันยายน 2569 เธอแวะร้าน HEYTEA LAB สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ก่อนเปิดให้บริการ พร้อมลองเมนูข้าวเหนียวมะม่วง จนเกิดกระแสไวรัลอีกระลอก
เส้นทางนี้สะท้อนพลังของ Earned Media (การได้รับการกล่าวถึงโดยไม่ต้องซื้อพื้นที่โฆษณา) ซึ่งแบรนด์เปลี่ยนเป็นแคมเปญที่จับต้องได้
ไม่ใช่แค่แก้วชา แต่เป็นของสะสม
แคมเปญนี้ออกแบบให้ลูกค้ามีส่วนร่วมหลายระดับ ได้แก่
- ศิลปะบนแก้ว: ภาพวาดลิซ่าด้วยลายเส้นวาดมือของแบรนด์ พิมพ์ลงแก้วและบรรจุภัณฑ์ลิมิเต็ดเอดิชัน
- ของสะสม: สติกเกอร์ เข็มกลัด พวงกุญแจ และแก้วน้ำรุ่นพิเศษ
- เฉพาะไทย: ถุงกระดาษ ผ้าพันคอ หมวก และแก้วน้ำดีไซน์พิเศษ
แนวทางนี้ตรงกับที่ HEYTEA เคยจับมือศิลปินและแบรนด์ดัง เช่น alexanderwang, Sandy Liang, Yayoi Kusama และ POP MART เพื่อเชื่อมแบรนด์เข้ากับแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัย
ปักหมุดฐานที่มั่นในไทย
ปัจจุบัน HEYTEA มีเครือข่ายประมาณ 4,000 สาขาทั่วโลก เป็นสาขาต่างประเทศมากกว่า 120 แห่ง ในเมืองอย่างนิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ลอนดอน โตรอนโต ซิดนีย์ เมลเบิร์น และกรุงเทพฯ
HEYTEA LAB เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นสาขาแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รวมพื้นที่ Tea Lab, Bake Lab และ Gelato Lab ไว้ด้วยกัน พร้อมเมนูที่ตีความวัตถุดิบไทย เช่น teaAir · Rock Oolong Jackfruit ทาร์ตไข่ครัวซองต์ชาไทย และเจลาโตชาไทยมะนาว
บททดสอบจริงอยู่หลังกระแส
แม้แคมเปญได้รับความสนใจสูง แต่ความท้าทายอยู่ที่การดึงผู้ที่ตามกระแสให้กลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นลูกค้าประจำ
ความสำเร็จจึงต้องวัดจากยอดขายจริงของเมนู Mango Coconut Sticky Rice อัตราการซื้อสินค้า Merchandise และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ในตลาดทั่วโลก ไม่ใช่ยอดการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว







