น่าน The Legacy of Love ปรากฏการณ์รักข้ามปี แสนคนร่วมงาน
เปิดปรากฏการณ์เที่ยวน่านรับปีใหม่ คนนับแสนแห่สัมผัส “The Legacy of Love” งานศิลป์ถิ่นล้านนา ผสานแสงสีสุดตระการตา ดันเศรษฐกิจเมืองเก่าให้คึกคัก
KEY
POINTS
- งาน “น่าน The Legacy of Love” เป็นกิจกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ที่จังหวัดน่าน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและชาวน่านเข้าร่วมงานกว่า 100,000 คน
- จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีไฮไลต์คือประติมากรรมโคมพญานาค และการแสดงพลุผสมโดรน
- งานประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดในจังหวัดได้มากกว่า 200 ล้านบาท และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
หากใครที่ได้ไปเยือนจังหวัดน่านในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา คงจะสัมผัสได้ถึงมวลความสุขที่ลอยฟุ้งอยู่ทั่วเมืองเก่าแห่งนี้
เพราะนี่ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองปีใหม่ธรรมดา แต่คือปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในงาน “น่าน The Legacy of Love” ที่เนรมิตเมืองน่านให้กลายเป็นดินแดนแห่งศิลปะ แสงสี และความรักอันทรงคุณค่า
ลมหายใจแห่งอดีต ในจังหวะของโลกยุคใหม่ งานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ศรีนคราฟื้นฟ้า สิเนหาสถิตในแผ่นดิน ถิ่นแห่งพระมหากรุณาธิคุณนิรันดร์” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางให้ชาวน่านผ่านงานศิลปาชีพและการอนุรักษ์ป่าไม้
บรรยากาศภายในงานตลอด 3 วัน 3 คืน (29-31 ธันวาคม 2568) เต็มไปด้วยชีวิตชีวา โซน "เงาฮักแห่งวันวาน" พาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสรากเหง้าวัฒนธรรม ผ่านตลาดล้านนาโบราณที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของอาหารพื้นเมือง รสชาติที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และการเสพงานศิลป์ที่ "Gallery ฮักน่าน" ซึ่งรวบรวมภาพพระราชกรณียกิจที่หาชมยาก
แสงสีแห่งศรัทธา และค่ำคืนที่น่าจดจำ ไฮไลต์ที่สะกดทุกสายตาคงหนีไม่พ้น “Naga Spotlight” ประติมากรรมโคมพญานาค 8 องค์ ที่ทอดยาวกว่า 888 เมตร ส่องสว่างนำทางเข้าสู่ปีใหม่อย่างงดงาม เปรียบเสมือนพลังศรัทธาที่โอบอุ้มเมืองน่านไว้ ก่อนจะส่งท้ายค่ำคืนสิ้นปีด้วยความอลังการของการแสดงพลุไฟผสานกับฝูงโดรนที่บินวาดลวดลายบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวและชาวน่านกว่า 100,000 ชีวิต ที่มารวมตัวกันแน่นขนัด
ก้าวต่อไปของ ‘น่าน’ เมืองเก่าที่มีชีวิต นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้ว่า การที่มีผู้คนมาร่วมงานอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างถิ่นกว่า 30% สะท้อนให้เห็นว่า "น่าน" ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่คือจุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง
เม็ดเงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาทจากงานนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า "ต้นทุนทางวัฒนธรรม" สามารถเปลี่ยนเป็น "มูลค่าทางเศรษฐกิจ" ได้อย่างยั่งยืน นับจากนี้ "น่าน" พร้อมแล้วที่จะยกระดับสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับแนวหน้า ที่ไม่ว่าใครได้มาสัมผัส ก็ต้องตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า


