
สทนช. เตือน 14 จังหวัดใต้รับมือฝนหนัก น้ำหลาก 26–29 ต.ค.69
สทนช. เตือน 14 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่าง 26–29 ต.ค.69 หลังภูเก็ตมีฝนสูงสุด 128 มม.
KEY
POINTS
- ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ฝนสูงสุดรายภาคอยู่ที่ จ.ภูเก็ต 128 มม.
- เฝ้าระวัง 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงแม่น้ำและคลองสายหลักที่ระดับน้ำอาจเพิ่มฉับพลัน
- น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 83% ของความจุ โดยภาคตะวันตกอยู่ที่ 97%
สทนช. เตือนภาคใต้รับมือฝนต่อเนื่อง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศฉบับที่ 12/2569 ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 26–29 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
สทนช. ระบุว่า มวลอากาศเย็นจากจีนจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมตะวันออกพาความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมบริเวณภาคใต้จะแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
รายงานสถานการณ์น้ำประจำวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 07.00 น. ระบุว่า ฝนสูงสุดรายภาคอยู่ที่ จ.แพร่ 90 มม. จ.ขอนแก่น 74 มม. จ.ปทุมธานี 41 มม. จ.ตราด 57 มม. จ.ราชบุรี 57 มม. และ จ.ภูเก็ต 128 มม. สทนช. คาดว่าในวันที่ 29–31 ตุลาคม ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังมีฝนตกหนักบางแห่ง
จับตาอ่างเก็บน้ำและแม่น้ำสายหลัก
สทนช. ให้เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ของความจุเก็บกัก รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็กใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่มีน้ำเกิน 80%
พื้นที่ริมแม่น้ำและลำน้ำที่ต้องติดตามระดับน้ำ ได้แก่ คลองชุมพรและแม่น้ำหลังสวน จ.ชุมพร; แม่น้ำตาปีและแม่น้ำพุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี; แม่น้ำตะกั่วป่า จ.พังงา; คลองชะอวดและคลองท่าดี จ.นครศรีธรรมราช; คลองปะเหลียนและแม่น้ำตรัง จ.ตรัง; คลองละงูและคลองดุสน จ.สตูล; คลองท่าแนะ จ.พัทลุง; แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี รวมถึงแม่น้ำโก-ลกและคลองตันหยงมัส จ.นราธิวาส
ข้อมูล ณ วันที่ 25 ตุลาคม ระบุว่า อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 66,757 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 83% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำใช้การ 42,628 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 75% ภาคตะวันตกมีน้ำ 97% และภาคตะวันออก 90% ส่วนเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ ภูมิพลมีน้ำ 71% สิริกิติ์ 82% แควน้อยบำรุงแดน 86% และป่าสักชลสิทธิ์ 93%
หน่วยงานเตรียมพร้อมรับน้ำหลาก
สทนช. ขอให้หน่วยงานติดตามฝนและสถานการณ์น้ำ โดยเน้นพื้นที่ที่มีฝนสะสมเกิน 90 มม. ใน 24 ชั่วโมง และจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ พร้อมตรวจและซ่อมแนวคันริมแม่น้ำ กำจัดสิ่งกีดขวาง ลอกท่อ และวางแผนระบายน้ำให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงอิทธิพลของน้ำทะเลขึ้นลง
หน่วยงานยังต้องเตรียมบุคลากรและเครื่องมือช่วยเหลือ รวมทั้งแจ้งสถานการณ์และเตือนประชาชนล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบเตรียมอพยพได้ทันเวลา







