
รัฐจ่อเปิดเออร์ลีรีไทร์ข้าราชการปี 70 ชงจ่ายชดเชย 7,000 ล้าน ตั้งเป้าลดกำลังคน 5% ต่อปี
“ปกรณ์ นิลประพันธ์” เผยหลักเกณฑ์โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดข้าราชการพลเรือนใกล้ได้ข้อยุติ เหลือเคาะอัตราค่าตอบแทนร่วมกับกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอ ครม. ตั้งเป้าเริ่มปีงบประมาณ 2570 ลดอัตรากำลังภาครัฐ 5% ต่อปี คาดระยะแรกใช้งบประมาณราว 7,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบราชการ โอนบุคลากร 48 คนหลังยุบธนาคารที่ดิน เร่งผลักดัน One Map และเชื่อมข้อมูลข้ามหน่วยงาน ลดความซ้ำซ้อนและภาระประชาชน
KEY
POINTS
- “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เผยหลักเกณฑ์โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดข้าราชการพลเรือนใกล้ได้ข้อยุติ
- เหลือเคาะอัตราค่าตอบแทนร่วมกับกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอ ครม. ตั้งเป้าเริ่มปีงบประมาณ 2570 ลดอัตรากำลังภาครัฐ 5% ต่อปี
- คาดระยะแรกใช้งบประมาณราว 7,000 ล้านบาท พร้อมจัดระเบียบราชการ โอนบุคลากร 48 คนหลังยุบธนาคารที่ดิน เร่งผลักดัน One Map
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยความคืบหน้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (เออร์ลีรีไทร์) สำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียด ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยภาพรวมของหลักเกณฑ์ใกล้ได้ข้อยุติแล้ว เหลือประเด็นสำคัญเรื่องอัตราค่าตอบแทนที่จะจ่ายให้แก่ข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการ
นายปกรณ์ ระบุว่า ต้องการให้ค่าตอบแทนอยู่ในระดับที่จูงใจให้ข้าราชการสมัครใจเข้าร่วมโครงการ โดยมองว่า อาจกำหนดให้ได้รับมากกว่า 12 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาความเหมาะสมด้านงบประมาณ และสรุปอัตราที่ชัดเจน ก่อนนำเสนอ ครม. ต่อไป
สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการในเบื้องต้น จะกำหนดให้ข้าราชการที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป สามารถสมัครเข้าร่วมได้ ส่วนผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หากประสงค์จะเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีเหตุจำเป็นประกอบการพิจารณา เช่น ต้องการลาออกเพื่อไปดูแลบิดามารดา หรือมีปัญหาสุขภาพ โดยให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้พิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี
แนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามปรับขนาดกำลังคนภาครัฐให้เหมาะสมกับภารกิจและสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในปีงบประมาณ 2570 ตั้งเป้าลดอัตรากำลังลงประมาณ 5% ต่อปี เมื่อเทียบกับจำนวนข้าราชการทั้งหมด
สำหรับระยะแรก หากกำหนดเป้าหมายลดอัตรากำลังไว้ที่ 5% คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณประมาณ 7,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นอาจพิจารณาใช้งบกลาง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายของโครงการ ส่วนในปีงบประมาณถัดไป คาดว่าภาระงบประมาณจะทยอยลดลงตามลำดับ
โอนบุคลากร 48 คน หลังยุบธนาคารที่ดิน
นอกจากการปรับลดอัตรากำลังแล้ว นายปกรณ์ กล่าวถึงการจัดระเบียบบุคลากรภาครัฐภายหลังมีประกาศยุบเลิกสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ว่า ครม. มีมติให้โอนบุคลากรจำนวน 48 คน ไปสังกัดภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) สำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีภารกิจใกล้เคียงกัน
บุคลากรกลุ่มดังกล่าวจะเข้าไปปฏิบัติงานในหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ (Service Delivery Unit: SDU) เพื่อสนับสนุนภารกิจจัดทำแผนที่และปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ หรือ One Map ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ภาครัฐพยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับขั้นตอนหลังจากจัดทำแผนที่เสร็จสมบูรณ์ จะเสนอให้ ครม. ให้ความเห็นชอบ ก่อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขแผนที่ท้ายกฎหมายลำดับรองภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน
นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า โครงการ One Map ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่สามารถทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้
ก.พ.ร. ศึกษายุบหน่วยงานซ้ำซ้อน
ส่วนการลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการในระดับภูมิภาค นายปกรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางดำเนินการ โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งกับอัตรากำลังของบุคลากรและภารกิจที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ
นายปกรณ์ ยืนยันว่า การลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ แต่จำเป็นต้องวางแผนในระยะยาว เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไม่กระทบต่อการทำงานและการให้บริการของภาครัฐ
ลดภาระประชาชนติดต่อหลายหน่วยงาน
นายปกรณ์ ยังกล่าวถึงมาตรการบริหารและชะลอการเพิ่มขนาดอัตรากำลังภาครัฐว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารงานภาครัฐระบบเปิด (MSF) ได้เร่งรัดการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน หลังมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกฯ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายสำคัญ คือ การเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ของประชาชน รวมถึงประเด็นที่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อม การรุกล้ำที่ดิน และการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ
เนื่องจากปัญหาแต่ละเรื่องมีรายละเอียดและมิติที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน หากหน่วยงานต่างคนต่างเก็บข้อมูลหรือใช้ฐานข้อมูลคนละชุด อาจทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้าและเกิดความซ้ำซ้อนในการทำงาน
นายปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วง 6 เดือนนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายครบทุกหัวข้อแล้ว.







