
อนุทินสั่งแผนระบายน้ำข้ามจังหวัดไร้รอยต่อ เตือนภาคใต้ฝนเพิ่ม 10–12 ต.ค.
นายกฯ สั่งจังหวัดเชื่อมข้อมูลวางแผนระบายน้ำร่วมกัน เตือนภาคใต้รับมือฝนหนัก 10–12 ต.ค. เร่งเยียวยา 10,400 ครัวเรือน วงเงินกว่า 94 ล้านบาท
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ให้บริหารจัดการเฉพาะพื้นที่ของตนเอง แต่ต้องประสานจังหวัดข้างเคียงที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมโยงกัน โดยให้กระทรวงทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลภาพรวม และประสานการระบายน้ำลงสู่พื้นที่รับน้ำทั้งบนบกและทะเล
นายอนุทินขอให้ทุกจังหวัดประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวัน และประสานหน่วยทหารกับกรมชลประทาน โดยเฉพาะการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อให้การส่งต่อมวลน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบต่อประชาชน
เตือนภาคใต้ฝนเพิ่ม 10–12 ต.ค.
สำหรับภาคใต้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดเร่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยนำบทเรียนจากน้ำท่วมหาดใหญ่มาวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะการเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และถุงยังชีพ เนื่องจากหากเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด อาจกระทบต่อการขนส่งอาหารและน้ำดื่ม
ข้อมูลจาก บกปภ.ช. ระบุว่า ปริมาณฝนโดยรวมยังอยู่ในระดับที่รับมือได้ แต่ต้องเฝ้าระวังภาคใต้เป็นพิเศษ เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม ขณะที่วันที่ 9 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโดยรวมมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลง โดยเขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีแนวโน้มพิจารณาลดการระบายลง
ขณะที่การระบายน้ำจากแม่น้ำแม่กลองลดลงจากระดับมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เร่งเยียวยา 10,400 ครัวเรือน
ด้านการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีสั่งให้พื้นที่ที่สำรวจความเสียหายแล้วเร่งส่งข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อจ่ายเงินเยียวยาตามลำดับการส่งข้อมูล ปัจจุบันอนุมัติจ่ายแล้วกว่า 10,400 ครัวเรือน วงเงินประมาณ 94 ล้านบาท
พร้อมสั่งให้ ปภ.เร่งพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลภายในให้ครบถ้วน ทั้งรายชื่อ เลขบัญชี จำนวนเงิน และการยืนยันตัวตนของครัวเรือน เพื่อให้ส่งต่อธนาคารออมสินและจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องตรวจสอบซ้ำ โดยจังหวัดและอำเภอต้องตรวจสอบข้อมูลร่วมกันก่อนส่งมายัง ปภ.
นายกรัฐมนตรีกำชับให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยไม่เพิ่มขั้นตอนหรือทำให้การจ่ายเงินล่าช้า
เดินหน้า “แก้มลิง” เพิ่มพื้นที่รับน้ำ
นายอนุทินยังมอบหมายสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ศึกษาแนวทางเพิ่มพื้นที่รับและกักเก็บน้ำทั่วประเทศ เพื่อรองรับช่วงน้ำหลากและสำรองไว้ใช้ในฤดูแล้ง
สำหรับข้อเสนอการพัฒนา “แก้มลิง” ในพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ได้สั่งการให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาว่าสามารถดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ได้หรือไม่ หากทำได้รัฐบาลพร้อมสนับสนุน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ควรมุ่งเพียงเร่งระบายเมื่อเกิดน้ำหลาก แต่ต้องเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในฤดูแล้งด้วย โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนโครงการแก้มลิงและการเพิ่มแหล่งกักเก็บน้ำทั่วประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดสื่อสารข้อมูลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งสาเหตุของสถานการณ์ แนวทางที่ภาครัฐกำลังดำเนินการ และช่องทางขอความช่วยเหลือ พร้อมให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจเฝ้าระวังความขัดแย้งที่อาจเกิดจากการระบายน้ำหรือการทำคันกั้นน้ำ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น







