
ฝนมาอีกระลอก! 'อนุทิน' สั่ง 8 ข้อ เร่งระบายน้ำ - เยียวยาทันที
'นายกฯอนุทิน' สั่ง 8 มาตรการ รับมือฝนระลอกใหม่-น้ำทะเลหนุน เร่งระบายน้ำ ช่วยเหลือ-เยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมฟื้นฟูพื้นหลังน้ำลด โดยไม่ต้องรอสำรวจครบทั้งพื้นที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการทุกหน่วยงานเร่งรับมือฝนระลอกใหม่และสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง พร้อมกำชับเร่งระบายน้ำ ช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยให้จ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนทันที ไม่ต้องรอสำรวจครบทั้งพื้นที่ และจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาถึงศูนย์พักพิงและชุมชนต่างๆ
5 ต.ค.2569 เวลา 08.00 น. ที่ห้องประชุม 1 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุมทั้งในสถานที่และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยหลายพื้นที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ระดับน้ำตอนบนเริ่มทรงตัวและลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พร้อมกล่าวขอบคุณโรงพยาบาลค่ายจักรพงศ์ที่สนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ทำให้การดูแลรักษาในภาวะวิกฤตยังดำเนินการได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเทศไทยจะมีฝนระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 โดยคาดว่าจะเกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง
สำหรับวันที่ 5-6 ตุลาคม พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มฝนลดลง ส่วนวันที่ 7 ตุลาคม ฝนจะตกหนักบริเวณฝั่งตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง
นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 5-10 ตุลาคม ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง
เร่งเยียวยาทันที ไม่ต้องรอครบทั้งพื้นที่
นายกรัฐมนตรีกำชับให้จังหวัดที่ยังมีสถานการณ์น้ำท่วม เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินประชาชนให้ครบถ้วน พร้อมเร่งจ่ายเงินเยียวยาทันที โดยไม่ต้องรอให้สำรวจครบทุกพื้นที่
พร้อมมอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานสถาบันการเงินเพื่อเร่งโอนเงินช่วยเหลือไปยังประชาชนโดยเร็ว
ในกรณีประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางมาลงทะเบียน หรือไม่สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ให้จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปอำนวยความสะดวกถึงศูนย์พักพิงและชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน ให้ระดมกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย และเครื่องสูบน้ำ เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง พร้อมเตรียมรถบรรทุกและกำลังเจ้าหน้าที่สำหรับเก็บขยะ ทำความสะอาด และฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
รวมถึงเร่งตรวจสอบและฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้าและประปา เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
นายกฯ สั่ง 8 มาตรการรับมือฝนและน้ำท่วม
นายกรัฐมนตรีได้กำชับ 8 ข้อสั่งการสำคัญ ประกอบด้วย
1. บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ให้อ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และลำน้ำที่มีปริมาณน้ำเต็มหรือใกล้เต็ม เร่งพร่องน้ำและระบายน้ำให้อยู่ในระดับเหมาะสม พร้อมกำหนดมาตรการลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ
2. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ
เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทั้งบริเวณคอขวด สะพาน ท่อระบายน้ำ ทางลอด รวมถึงขยะและวัชพืช เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น
3. ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงให้แม่นยำ
ให้ทุกหน่วยงานวิเคราะห์และระบุพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมรับสถานการณ์
4. ระดมเครื่องจักรช่วยเหลือประชาชน
หากเครื่องจักรภาครัฐไม่เพียงพอ ให้จังหวัดสามารถประสานภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน เพื่อเร่งระบายน้ำ เปิดเส้นทาง และช่วยเหลือประชาชน
5. เริ่มฟื้นฟูทันทีหลังน้ำลด
ดูแลความสะอาด เก็บขยะ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสาธารณสุข โดยไม่ต้องรอน้ำลดทั้งจังหวัด
6. เร่งสำรวจและเสนอแผนช่วยเหลือประชาชน
สำรวจและขึ้นทะเบียนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอแผนช่วยเหลือและฟื้นฟู โดยเฉพาะภาคเกษตร
7. พิจารณาลดภาระค่าไฟ-ค่าน้ำ
มอบหมายให้การไฟฟ้าและการประปาทั้งส่วนกลางและภูมิภาค พิจารณาแนวทางลดหรือยกเว้นค่าใช้จ่ายในพื้นที่ประสบอุทกภัย
8. อำนวยความสะดวกผู้เดินทางช่วงประชุม IMF-World Bank
ให้กระทรวงคมนาคมประสานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก ในช่วงการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการทันทีเมื่อเกิดเหตุ โดยให้ทหารสนับสนุนการช่วยเหลือและอพยพประชาชน ตำรวจดูแลเส้นทางและความปลอดภัย กระทรวงสาธารณสุขเตรียมบุคลากร ยา และเวชภัณฑ์ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานและติดตามสถานการณ์
ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงประสานจังหวัด ศูนย์ ปภ.เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2569 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด







