
“อนุทิน” กำชับทุกจังหวัดเร่งพร่องน้ำ รับมือฝนระลอกใหม่ 4-7 ต.ค.นี้
นายกฯ กำชับทุกจังหวัดเร่งระบายน้ำท่วมขัง ระดมเครื่องสูบ-เครื่องผลักดันน้ำ รับฝนระลอกใหม่ 4-7 ต.ค. สั่งภาคใต้พร้อมรับมือ พร้อมแจงสิทธิประกันภัยพิบัติให้ประชาชน
KEY
POINTS
- นายกฯ อนุทิน สั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งพร่องน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือฝนตกระลอกใหม่ในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569
- คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ
- เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงวันที่ 5-10 ตุลาคม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำลงสู่ทะเล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายอนุทิน กล่าวว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 2569 จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ
ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัย ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
นอกจากนี้ ช่วงวันที่ 5-10 ต.ค. 2569 คาดว่าจะมีน้ำทะเลหนุน อาจทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยล่าช้า จึงกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง พร้อมระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำเข้าพื้นที่อย่างเต็มกำลัง
นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้ฝนจะเริ่มเคลื่อนลงสู่ภาคใต้ตอนบน จึงได้ประสานแม่ทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานด้านความมั่นคง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ทั้งการป้องกัน การดูแลผู้ประสบภัย การอพยพ และการเยียวยาตามแผนเผชิญเหตุ
พร้อมมอบหมายให้แต่ละหน่วยกำหนดผู้รับผิดชอบภารกิจให้ชัดเจน เพื่อให้การประสานงานและติดตามสถานการณ์เป็นระบบ และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์
นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาและทำความเข้าใจ โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ประสบภัยจากน้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว พร้อมชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และสิทธิที่จะได้รับให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน เพื่อให้เข้าถึงความช่วยเหลือได้ถูกต้องและรวดเร็ว
สำหรับจังหวัดที่กำลังประสบอุทกภัย หรือมีแนวโน้มจะเกิดภัย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้เตรียมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบและภารกิจให้ชัดเจน พร้อมบูรณาการกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลให้เพียงพอ
ขณะเดียวกัน ให้จัดระบบผลัดเปลี่ยนกำลังเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤตอย่างเหมาะสม และติดตามจำนวนกำลังพลกับภารกิจให้เป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการปฏิบัติงาน
หากมีปัจจัยบ่งชี้ว่าจะเกิดภัย ให้ ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือได้ทันเวลา
ทั้งนี้ มอบหมายให้ ปภ. ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประสานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีและคณะจะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์และชัยนาท เพื่อติดตามปริมาณน้ำและแนวทางบริหารจัดการไม่ให้กระทบประชาชนริมแม่น้ำทั้งสองฝั่ง
ด้าน ปภ. ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลและเครื่องจักร เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือ รถผลิตน้ำดื่ม และรถประกอบอาหาร
ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้ปรับภารกิจเข้าสู่ระยะฟื้นฟู โดยนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ตามแผน เพื่อช่วยให้ประชาชนกลับเข้าบ้านและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด







