
‘นพศิลป์’ ลุยงาน ผบช.สตม. วันแรก ลงสุวรรณภูมิ ย้ำสกัดอาชญากรข้ามชาติ - ดูแลนักท่องเที่ยว
‘นพศิลป์’ ประเดิมงาน ผบช.สตม. วันแรก ลงพื้นที่ตรวจด่าน ตม.สุวรรณภูมิ เร่งช่วยเหลือผู้โดยสารจากเหตุเที่ยวบินยกเลิก พร้อมกำชับคัดกรองเข้มป้องกันอาชญากรข้ามชาติควบคู่ดูแลการท่องเที่ยว
1 ต.ค.2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทันทีในวันแรกของการรับตำแหน่ง โดยมี พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 (ผบก.ตม.2) ร่วมลงพื้นที่ เพื่อตรวจความพร้อมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และติดตามการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเที่ยวบินยกเลิกและสัมภาระตกค้าง
สืบเนื่องจากกรณีเที่ยวบินยกเลิกหลายเที่ยวบินในช่วงวันที่ 28–29 กันยายนที่ผ่านมา ทาง ตม.2 ได้บูรณาการร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งจุดบริการ One Stop Service บริเวณฝ่ายตรวจลงตรา เพื่ออำนวยความสะดวกด้านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองให้แก่ผู้โดยสารที่ประสงค์ยกเลิกการเดินทาง พร้อมประสานงานติดตามปัญหาสัมภาระตกค้างและให้คำแนะนำแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด
พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้มอบนโยบายและกำชับให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชน ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และประสานงานกับท่าอากาศยาน สายการบิน รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่คัดกรองบุคคลเข้า–ออกประเทศอย่างเข้มงวดและมีประสิทธิภาพ
สำหรับการคัดกรอง ได้เน้นย้ำให้ตรวจสอบผู้มีพฤติการณ์เสี่ยงที่อาจเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยให้ทำการแยกแยะระหว่างผู้เดินทางสุจริต ผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ และผู้กระทำผิด เพื่อให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายได้อย่างทันท่วงที พร้อมสกัดกั้นผู้กระทำผิด ไม่ให้อาชญากรรมข้ามชาติใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการหรือทางผ่านโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ ผบช.สตม. ได้เข้าตรวจการให้บริการช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Pass Control: ABC) ซึ่งปัจจุบันได้ขยายสิทธิการใช้งานให้แก่ชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอีก 31 สัญชาติ/ดินแดน จากเดิมที่รองรับเพียง 2 สัญชาติ/ดินแดน นอกเหนือจากผู้ถือหนังสือเดินทางไทย เพื่อช่วยลดระยะเวลาการรอคิวของผู้โดยสารขาเข้า โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการทำงานควบคู่ไปกับมาตรฐานการตรวจคัดกรองด้านความมั่นคง
ผบช.สตม. ย้ำทิ้งท้ายว่า งานด้านความมั่นคงและการส่งเสริมการท่องเที่ยวจะต้องดำเนินควบคู่กันไป โดยผู้เดินทางสุจริตต้องได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี ในขณะที่กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมจะต้องถูกดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย







